ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ทำตามที่ตลาดคาดไว้ โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 ตามหลักแล้ว การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นควรช่วยหนุนค่าเงิน แต่เงินเยนกลับอ่อนค่าลง ขณะที่คู่ USDJPY ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือระดับ 157 นี่สะท้อนว่า สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย แต่คือสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต ซึ่งครั้งนี้ออกมา Dovish กว่าที่ตลาดคาด
กรรมการ 2 รายที่คัดค้าน เปลี่ยนภาพการขึ้นดอกเบี้ย
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลโหวต 7 ต่อ 2 โดย Toichiro Asada และ Ayano Sato ลงมติคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ย ทั้งสองเป็นกรรมการใหม่ล่าสุดที่ได้รับการเสนอชื่อโดยนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลาย
ตลาดมองเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า ภายใน BoJ เริ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมากขึ้น และธนาคารกลางไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปเหมือนที่ตลาดคาดไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้เกณฑ์สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปสูงขึ้น ขณะที่โทน Hawkish ของแถลงการณ์ถูกลดทอนลงจากผลโหวตที่แตกต่างกัน
Fed ชนะในเกมวาทกรรม
แรงกดดันต่อเงินเยนยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เพียงสองวันก่อนหน้านี้ Fed ไม่เพียงขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังส่งสัญญาณผ่าน Kevin Warsh ถึงจุดยืนที่เข้มงวดในลักษณะ “Higher for longer” ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับเข้าใกล้ระดับ 5%
ผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงเอื้อประโยชน์ต่อดอลลาร์อย่างมาก ขณะที่ Carry Trade ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินเยนต้นทุนต่ำเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในต่างประเทศ ยังคงน่าสนใจ
ดังนั้น Fed ที่มีท่าที Hawkish ขณะที่ BoJ มีท่าทีไม่ Hawkish เท่าที่คาด จึงเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการอ่อนค่าของเงินเยน แม้ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม
ประมาณการของ BoJ: ความย้อนแย้งของเงินเยนที่อ่อนค่า
เมื่อพิจารณาประมาณการของ BoJ ให้ลึกขึ้น จะเห็นความย้อนแย้งที่สำคัญ โดย BoJ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารสดจะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนเหนือระดับ 2% ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026
ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการส่งผ่านผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ ต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI ที่สูงขึ้น และที่สำคัญคือ การอ่อนค่าของเงินเยนที่ส่งผลให้ราคาสินค้าคงทนปรับตัวสูงขึ้น
BoJ คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ในช่วงท้ายของกรอบประมาณการ นอกจากนี้ คาดการณ์เงินเฟ้อกำลังเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงที่บริษัทต่าง ๆ จะเริ่มปรับขึ้นค่าจ้างและราคาสินค้าอย่างแข็งกร้าวมากขึ้น
Technical Analysis และ Z-Score
ในกราฟรายวันของ USDJPY ราคาบริเวณ 157.2 เพิ่งทะลุ Fibonacci retracement 38.2% ที่ระดับ 157.15 ซึ่งคำนวณจากการปรับตัวลงจาก 164.07 สู่ 152.87
หากราคายังยืนเหนือระดับนี้ได้ มีโอกาสเปิดทางไปสู่ Fibonacci retracement 50% ที่ 158.47 และถัดไปคือแนวต้านสำคัญที่ Fibonacci 61.8% บริเวณ 159.79 ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่อาจชี้ทิศทางการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในวงกว้าง
ด้านแนวรับยังคงอยู่ที่ Fibonacci 23.6% บริเวณ 155.51 หากหลุดระดับดังกล่าว ความสนใจจะกลับไปอยู่ที่จุดต่ำสุดบริเวณ 152.87 อีกครั้ง

การวิเคราะห์เชิงสถิติด้วย Z-score ซึ่งใช้วัดว่าราคาเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยกี่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ให้ภาพที่น่าสนใจ โดยในทุกช่วงเวลาที่วิเคราะห์ ตั้งแต่ 75 เซสชัน, 1 ปี, 2 ปี ไปจนถึง 5 ปี ตัวชี้วัดยังอยู่ในโซนเป็นกลาง
Z-score ในระยะสั้น 75 เซสชันอยู่ที่ -0.82 หมายความว่าราคาอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยล่าสุดเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนถึงการพักตัวมากกว่าการสิ้นสุดของการเคลื่อนไหว
ขณะเดียวกัน Z-score ในช่วง 2 ปีอยู่ที่ 0.69 และ 5 ปีอยู่ที่ 1.05 ยืนยันว่าในระยะยาว อัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่เหนือค่าเฉลี่ย และแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนในเชิงโครงสร้างยังคงดำเนินต่อไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ขณะนี้ยังไม่พบภาวะ Overbought หรือ Oversold ที่รุนแรง ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวขาขึ้นยังสามารถดำเนินต่อได้ โดยยังไม่มีสัญญาณของการกลับตัวอย่างรุนแรงในทันที

เงินเยนอ่อนค่าหลัง BoJ ประกาศมติ
ถ้อยแถลง Hawkish จากผู้ว่าฯ BoJ ช่วยหนุนเงินเยน – ประเด็นสำคัญ
📊 ปฏิทินเศรษฐกิจ: BoJ ส่งสัญญาณ Dovish Pivot พร้อมจับตาข้อมูลสำคัญจากยุโรปและสหรัฐฯ
📊 Morning Briefing: BoJ ขึ้นดอกเบี้ย แต่เงินเยนกลับอ่อนค่าลงสวนทาง