- รายได้ของ Walmart เพิ่มขึ้น 5.9% YoY สู่ระดับ 187.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EPS อยู่ที่ 0.81 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.74 ดอลลาร์ สะท้อนว่าผลประกอบการของหนึ่งในผู้ค้าปลีกรายสำคัญของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
- ยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ ยังคงเติบโต ขณะที่การเติบโตของธุรกิจ Walmart ยังคงกระจายตัวในหลายส่วน ไม่ได้พึ่งพาเพียงธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะ E-commerce ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
- Walmart ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและ EPS ตลอดทั้งปี แต่ราคาหุ้นกลับร่วงราว 6% ก่อนเปิดตลาด สะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลกับตัวเลขผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า ราคาหุ้น Walmart ในปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังที่สูงเกินไปหรือไม่?
- รายได้ของ Walmart เพิ่มขึ้น 5.9% YoY สู่ระดับ 187.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EPS อยู่ที่ 0.81 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.74 ดอลลาร์ สะท้อนว่าผลประกอบการของหนึ่งในผู้ค้าปลีกรายสำคัญของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
- ยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ ยังคงเติบโต ขณะที่การเติบโตของธุรกิจ Walmart ยังคงกระจายตัวในหลายส่วน ไม่ได้พึ่งพาเพียงธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะ E-commerce ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
- Walmart ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและ EPS ตลอดทั้งปี แต่ราคาหุ้นกลับร่วงราว 6% ก่อนเปิดตลาด สะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลกับตัวเลขผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า ราคาหุ้น Walmart ในปัจจุบันสะท้อนความคาดหวังที่สูงเกินไปหรือไม่?
Walmart ยืนยันผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง
ผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2027 ของ Walmart ยืนยันว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสถานะค่อนข้างแข็งแกร่ง ขณะที่อุปสงค์ยังดีพอที่จะทำให้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปี รายได้และ Adjusted EPS สูงกว่าคาด ขณะที่ E-commerce และธุรกิจโฆษณาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยอดขายสาขาเดิมยังเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Walmart ร่วงราว 6% ในช่วง Pre-market เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับแนวโน้มไตรมาส 3 ที่ดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่ กำไรสุทธิที่ลดลง และความคาดหวังของตลาดที่อยู่ในระดับสูงมาก
- รายได้ Walmart เพิ่มขึ้น 5.9% YoY สู่ 187.9 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 186.75–186.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EPS อยู่ที่ 0.81 ดอลลาร์ เทียบกับ Consensus ที่ 0.74 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 0.07 ดอลลาร์
- ยอดขายสาขาเดิมของ Walmart U.S. ไม่รวมเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 2.6% ขณะที่ E-commerce ทั่วโลกโต 23% และในสหรัฐฯ โต 24% ส่วนธุรกิจโฆษณาทั่วโลกเติบโต 38% เช่นเดียวกับรายได้โฆษณาของ Walmart U.S.
- Walmart ปรับเพิ่ม Guidance ยอดขายสุทธิ FY2027 เป็น 4–5% จากเดิม 3.5–4.5% และเพิ่ม Guidance Adjusted EPS เป็น 2.80–2.87 ดอลลาร์ จากเดิม 2.75–2.85 ดอลลาร์
- สำหรับไตรมาส 3 บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโต 3.0–3.75% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ขณะที่ Adjusted Operating Income จะเพิ่มขึ้น 2–4% และ Adjusted EPS อยู่ที่ 0.62–0.64 ดอลลาร์
ผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง
ประเด็นสำคัญที่สุดจากรายงานของ Walmart ยังคงเป็นบวกต่อภาพรวมการบริโภคในสหรัฐฯ ยอดขายสาขาเดิมในประเทศเพิ่มขึ้น 2.6% แม้ธุรกิจ Health & Wellness จะฉุดการเติบโตราว 80 bps ขณะที่ยอดขายได้รับแรงหนุนจากจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
สิ่งนี้มีความสำคัญ เพราะสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย และการเติบโตไม่ได้เกิดจากการขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว บริษัทระบุว่ายอดขายในหมวด Grocery, Beauty, Personal Care, Pet Supplies, Toys และ Apparel ยังคงแข็งแกร่ง
ด้านธุรกิจดิจิทัลมีภาพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า E-commerce ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 23% ขณะที่สหรัฐฯ โต 24% จากบริการ Pickup และ Delivery ที่ดำเนินการผ่านสาขา, Marketplace และธุรกิจโฆษณา
ขณะเดียวกัน ธุรกิจโฆษณาทั่วโลกเติบโตถึง 38% และรายได้โฆษณาของ Walmart U.S. ก็เพิ่มขึ้น 38% เช่นกัน Walmart จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยปริมาณการขายอีกต่อไป แต่กำลังสร้างรายได้จาก ฐานลูกค้า Traffic และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Logistics ของแพลตฟอร์มมากขึ้น
ภาพรวมด้านกำไรยังมีจุดแข็งหลายประการ แต่ก็ไม่ได้เป็นบวกทั้งหมด Gross Margin เพิ่มขึ้น 96 bps ส่วนหนึ่งมาจากการได้รับเงินคืนที่เกี่ยวข้องกับ Tariffs ขณะที่ Operating Income เพิ่มขึ้น 28.8% หรือ 17.4% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
อย่างไรก็ตาม Net Income ที่รายงานลดลง 8.7% YoY เหลือ 6.5 พันล้านดอลลาร์ และ Diluted EPS ลดลง 9.1% เหลือ 0.88 ดอลลาร์ ดังนั้นตลาดจึงได้รับภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่ใช่ผลประกอบการที่ไร้จุดอ่อนทั้งหมด
Guidance ที่สูงขึ้นหนุนพื้นฐาน แต่ Q3 ดูชะลอลง
การปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปีช่วยยืนยันภาพพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ Walmart โดยบริษัทคาดว่ายอดขายสุทธิจะเติบโต 4–5% และ Adjusted EPS อยู่ที่ 2.80–2.87 ดอลลาร์ จากเดิม 2.75–2.85 ดอลลาร์
จุดกึ่งกลางของ Guidance ใหม่อยู่ที่ประมาณ 2.835 ดอลลาร์ เทียบกับ 2.80 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ขณะที่บริษัทคาดว่า Adjusted Operating Income จะเติบโต 7.0–8.5% ใน FY2027
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะสั้นยังมีประเด็นให้จับตา สำหรับไตรมาส 3 Walmart คาด Adjusted EPS ที่ 0.62–0.64 ดอลลาร์ โดยมีจุดกึ่งกลาง 0.63 ดอลลาร์ เทียบกับ 0.62 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทยังคาดว่าการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของแคมเปญ Flipkart Big Billion Days ระหว่างไตรมาส 3 และ 4 จะส่งผลลบต่อการเติบโตของยอดขายมากกว่า 100 bps
Guidance ดังกล่าวไม่ได้ถือว่าอ่อนแอ แต่เมื่อพิจารณาจาก Valuation ที่อยู่ในระดับสูงมาก ตัวเลขนี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการขยาย Multiple ต่อไป
John David Rainey, CFO ของ Walmart ระบุว่า เงินที่บริษัทได้รับคืนจาก Tariffs ในไตรมาส 2 จะถูกนำไปลงทุนเพิ่มเติมใน ประสบการณ์ของลูกค้าและการตั้งราคา ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งหมายความว่าการปรับตัวดีขึ้นของ Margin ในปัจจุบันอาจไม่ได้สะท้อนเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งหมด
สำหรับนักลงทุน นี่เป็นประเด็นสำคัญ Walmart ยังคงสามารถเติบโตได้ในระดับที่ดี แต่ ประโยชน์เพิ่มเติมจากปัจจัยบวกแต่ละด้านไม่ได้ไหลลงสู่กำไรสุทธิทั้งหมด
กราฟ Walmart (D1) — ตลาดคาดหวังสูงเกินไปหรือไม่?
หุ้น Walmart ร่วงราว 6% แม้ว่าบริษัทจะทำรายได้และ Adjusted EPS สูงกว่าคาด และยังปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปี
ตลาดไม่ได้ตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งของผู้บริโภคหรือคุณภาพของธุรกิจ Walmart แต่ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ Valuation และการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ ทำให้ผลประกอบการที่ “ดี” เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเป็น Catalyst สำหรับราคาหุ้นอีกต่อไป
ดังนั้น Thesis หลักยังไม่เปลี่ยนแปลง: Walmart ยืนยันว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงใช้จ่าย และพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดคาดหวังผลประกอบการที่เกือบไร้ที่ติ ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว แม้ Guidance จะสูงขึ้นและการเติบโตยังแข็งแกร่ง ก็อาจไม่เพียงพอ หาก Momentum ของกำไรในระยะใกล้ดูอ่อนแรงลง
ในเชิงเทคนิค ราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่า EMA200 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงในระยะกลาง ขณะที่การร่วงลงหลังประกาศผลประกอบการยืนยันว่าแรงขายยังคงครองตลาด
คาดว่าหุ้นจะเปิดตลาดวันนี้ในช่วง 108–110 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 106 ดอลลาร์ จาก Price Action ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่บริเวณ 117 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับของ EMA200

ที่มา: xStation5
Valuation, สินค้าคงคลัง, Free Cash Flow และผลตอบแทนจากเงินทุน
สิ่งสำคัญคือ ตลาดกำลังจ่ายเงินเพื่อคุณภาพของ Walmart แต่กำลังจ่ายในราคาที่สูงมาก ที่ราคาประมาณ 114.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมูลค่าตลาดราว 917 พันล้านดอลลาร์ Walmart ซื้อขายที่ 40.3 เท่าของกำไรย้อนหลัง (Trailing P/E), 39.6 เท่าของกำไรคาดการณ์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า (Forward P/E) และ 21.9 เท่าของ EV/EBITDA ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับบริษัท Growth คุณภาพสูง มากกว่าผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคแบบดั้งเดิม
ที่ Valuation ระดับนี้ ตลาดกำลัง สะท้อนความคาดหวังล่วงหน้า ว่า Margin จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ROIC จะอยู่ในระดับสูง และธุรกิจที่มี Margin สูงจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ดังนั้นแม้ผลประกอบการจะออกมาดี ก็อาจยังไม่เพียงพอ หากการสร้างรายได้จากข้อได้เปรียบเหล่านี้ทำได้ช้ากว่าที่ตลาดคาด
กราฟแรกสะท้อนโมเดลธุรกิจของ Walmart ได้เป็นอย่างดี นี่คือธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มหาศาล ซึ่งแม้การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของ Working Capital ก็สามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ Free Cash Flow ในแต่ละไตรมาส
สินค้าคงคลัง ณ สิ้นงวดล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 62.6 พันล้านดอลลาร์ และอยู่เหนือระดับก่อนปี 2022 มาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลตามธรรมชาติจากทั้งการเติบโตของยอดขายและขนาดที่ใหญ่ขึ้นของธุรกิจ Omnichannel
ขณะเดียวกัน Free Cash Flow รายไตรมาสลดลงมาอยู่ที่ประมาณ -1.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ไม่ควรมองตัวเลขติดลบเพียงไตรมาสเดียวว่าเป็นสัญญาณว่าคุณภาพของธุรกิจแย่ลง เพราะกระแสเงินสดของธุรกิจค้าปลีกมีลักษณะตามฤดูกาลอย่างมาก และได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลังและยอดเจ้าหนี้การค้า
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ROIC อยู่ที่ 12.9% ซึ่งยังถือว่าแข็งแกร่งสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ใช้เงินทุนสูงและมีฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่ ทั้งสาขาจำนวนมาก ศูนย์กระจายสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Logistics
Walmart อาจไม่ได้สร้าง Margin ในระดับโดดเด่น แต่บริษัทสามารถ หมุนเวียนเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์นี้คือหนึ่งในข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจที่สำคัญของบริษัท
ด้านหนี้สินสุทธิก็ไม่ได้อยู่ในระดับน่ากังวล โดย Debt/Equity อยู่ที่ประมาณ 0.7 เท่า หมายความว่าบริษัทไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Financial Leverage ในระดับสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจให้กับผู้ถือหุ้น
มุมมองของผม: จุดแข็งที่แท้จริงของ Walmart ไม่ใช่การสร้าง FCF ในระดับสูงทุกไตรมาส แต่คือการเป็น เครื่องจักรดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงทุน (ROIC) ในระดับเลขสองหลักได้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะดำเนินธุรกิจด้วย Margin ที่ค่อนข้างต่ำก็ตาม

ที่มา: XTB Research
รายได้ยังเติบโต แต่ศึกสำคัญอยู่ที่ Margin
กราฟที่สองสะท้อนให้เห็นว่า Walmart ยังคงขยายขนาดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รายไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 177.8 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับราว 140–150 พันล้านดอลลาร์เมื่อหลายปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายไม่ได้อยู่ในระดับสูงนัก โดย Revenue CQGR ในช่วง 8 ไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 0.7% ซึ่งสะท้อนว่า Walmart มีขนาดธุรกิจใหญ่จนการรักษาการเติบโตแบบ Organic ในระดับเลขสองหลักทั้งกลุ่มทำได้ยาก
ดังนั้น คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละดอลลาร์จะสามารถสร้างกำไรได้มากขึ้นหรือไม่ ขณะที่ EBIT Margin ปัจจุบันอยู่ที่ 4.2% สะท้อนว่าธุรกิจค้าปลีก Mass Market มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดค่อนข้างจำกัด
EBIT ในงวดล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Net Margin อยู่ใกล้ 3.0% ซึ่งหมายความว่า แม้การเพิ่มขึ้นของความสามารถในการทำกำไรเพียงไม่กี่สิบ Basis Points อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของบริษัทได้
จุดนี้ทำให้ธุรกิจอย่าง E-commerce, Advertising, Marketplace และบริการเสริมต่าง ๆ มีความสำคัญมากกว่าการเติบโตของยอดขาย Grocery เพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจเหล่านี้มีศักยภาพในการช่วยปรับปรุงโครงสร้าง Margin โดยรวมของบริษัท
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องจับตา เพราะในช่วง 8 ไตรมาสที่ผ่านมา EBIT มี CQGR อยู่ที่ประมาณ -0.8% ขณะที่ EPS เติบโต 5.7% ซึ่งหมายความว่าการปรับตัวดีขึ้นของกำไรต่อหุ้นส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากการขยายตัวของ Operating Profit โดยตรง
มุมมองของผม: เรื่องราวการลงทุนที่สำคัญที่สุดของ Walmart ในช่วงหลายปีข้างหน้าอาจไม่ใช่การเติบโตของรายได้ แต่คือความสามารถในการเปลี่ยนฐานลูกค้าขนาดมหาศาลให้กลายเป็นธุรกิจที่มี Margin สูงขึ้น ผ่าน Advertising, Marketplace และ Logistics
แม้ EBIT Margin จะเพิ่มขึ้นจาก 4.2% ไปสู่ระดับใกล้ 5% ก็อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ Enterprise Value ของบริษัท

Source: XTB Research
Eryk Szmyd XTB Financial Markets Analyst
ปฏิทินเศรษฐกิจ: FOMC Minutes ประกาศแล้ว จับตา PMI และเงินเฟ้อญี่ปุ่น (20.08.2026)
Morning Wrap: หุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น Bitcoin พุ่ง 8% – Risk Appetite กลับมาแล้วหรือยัง?
ข่าวเด่นวันนี้ 20 ส.ค.
หุ้น Target ร่วง แม้ผลประกอบการและแนวโน้มยังแข็งแกร่ง 🚩 ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังรับมือไหวอยู่หรือไม่?