08:29 · 20 สิงหาคม 2026

หุ้น Target ร่วง แม้ผลประกอบการและแนวโน้มยังแข็งแกร่ง 🚩 ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังรับมือไหวอยู่หรือไม่?

ประเด็นหลัก
ประเด็นหลัก
  • กำไรต่อหุ้น (EPS) รายไตรมาสอยู่ที่ $4.11 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $2.33
  • รายได้อยู่ที่ $26.54 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ $26.13–26.14 พันล้านดอลลาร์
  • Target คาดยอดขายสุทธิทั้งปีเติบโตประมาณ 5% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ราว 4%
  • คาดการณ์ EPS ทั้งปีรวมเงินคืนภาษีศุลกากรอยู่ที่ $9.90–10.90 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $8.47
  • หากไม่รวมเงินคืนภาษีศุลกากร คาด EPS อยู่ที่ $8.25–9.25 เพิ่มขึ้นจากกรอบคาดการณ์เดิมที่ $7.50–8.50
 

หนึ่งในผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ อย่าง Target (TGT.US) ปิดไตรมาส 2 ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น และกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมาก ผลประกอบการที่แข็งแกร่งสะท้อนว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยรายได้อยู่ที่ $26.54 พันล้าน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (Comparable Sales) เพิ่มขึ้น 3.8% อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจาก เงินคืนภาษีศุลกากรแบบครั้งเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรสุทธิถึง $752 ล้าน หลังประกาศผลประกอบการ บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี แม้ฝ่ายบริหารจะย้ำว่าการฟื้นตัวของธุรกิจยังต้องปรับปรุงอีกมาก Target จึงเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์จับตาอย่างใกล้ชิด เพราะขนาดธุรกิจและอุตสาหกรรมค้าปลีกสามารถสะท้อนภาพรวมกำลังซื้อของครัวเรือนสหรัฐฯ ได้

ประเด็นสำคัญ

  • Target รายงาน EPS ที่ $4.11 หรือ $2.46 หากไม่รวมเงินคืนภาษีศุลกากร สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $2.33 หรือสูงกว่าคาดถึง $1.78
  • รายได้อยู่ที่ $26.54 พันล้าน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ $26.13–26.14 พันล้าน
  • กำไรสุทธิอยู่ที่ $1.88 พันล้าน โดย $752 ล้านมาจากเงินคืนภาษีศุลกากรแบบครั้งเดียว
  • Target ปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ทั้งปีเป็น $9.90–10.90 เทียบกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $8.47

ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Target

Target แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของยอดขายอย่างชัดเจนในไตรมาส 2 โดยรายได้อยู่ที่ $26.54 พันล้าน สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ประมาณ $26.13–26.14 พันล้าน ขณะที่ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สัญญาณที่สำคัญยิ่งกว่าสำหรับประเมินสุขภาพของธุรกิจคือ ยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 3.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 2.4% อย่างชัดเจน

Target ยังรายงาน EPS ที่ $4.11 เทียบกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $2.33 สูงกว่าคาดถึง $1.78 อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากเงินคืนภาษีศุลกากรแบบครั้งเดียวเมื่อประเมินตัวเลขดังกล่าว

บริษัทระบุว่ายอดขายเติบโตในวงกว้าง ครอบคลุมสินค้าหลักทั้ง 6 กลุ่ม โดย อาหารและผลิตภัณฑ์ความงามเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่เสื้อผ้าและสินค้าแต่งบ้านยังตามหลังกลุ่มอื่น

ตัวอย่าง: Target ปรับเปลี่ยนสินค้ากลุ่มของแต่งบ้านประมาณ 75% ตามข้อมูลของฝ่ายบริหาร สินค้าใหม่เริ่มช่วยสนับสนุนยอดขายสาขาเดิมในหมวดนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาหลายปี

เงินคืนภาษีศุลกากรช่วยหนุนกำไร Target อย่างมีนัยสำคัญ

กำไรของ Target ได้รับแรงหนุนอย่างมากจากการชำระเงินคืนภาษีศุลกากรแบบครั้งเดียว โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ $1.88 พันล้าน หรือ $4.11 ต่อหุ้น เทียบกับ $935 ล้าน หรือ $2.05 ต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในจำนวนนี้ $752 ล้าน หรือ $1.65 ต่อหุ้น มาจากเงินคืนภาษีศุลกากร ขณะที่บริษัทรับรู้ผลประโยชน์ก่อนหักภาษีจำนวน $994 ล้านในระดับอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงาน

ประเด็นนี้มีความสำคัญเมื่อเปรียบเทียบผลประกอบการกับคาดการณ์ของตลาด โดย EPS ที่รายงาน $4.11 สูงกว่าคาดการณ์ที่ $2.33 อยู่ $1.78 แต่ส่วนสำคัญของส่วนต่างดังกล่าวมาจากเงินคืนภาษีแบบครั้งเดียว

Target ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี

หลังผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าคาด Target ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งยอดขายและกำไร โดยปัจจุบันบริษัทคาดว่ายอดขายสุทธิทั้งปีจะเติบโตประมาณ 5% เพิ่มขึ้น 1 จุดเปอร์เซ็นต์จากคาดการณ์ก่อนหน้า

Target คาดการณ์ EPS ทั้งปีที่ $9.90–10.90 เมื่อรวมเงินคืนภาษีศุลกากร โดยค่ากึ่งกลางของช่วงอยู่ที่ $10.40 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $8.47 อย่างมาก

หากไม่รวมผลกระทบแบบครั้งเดียวจากเงินคืนภาษีศุลกากร บริษัทคาด EPS ที่ $8.25–9.25 ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ $7.50–8.50 ซึ่งหมายความว่าการปรับเพิ่มประมาณการไม่ได้เกิดจากเงินคืนภาษีเพียงอย่างเดียว

ยอดขายดิจิทัลและบริการจัดส่งวันเดียวช่วยหนุนการเติบโต

ช่องทางดิจิทัลยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการของ Target โดยยอดขายดิจิทัลแบบสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 8.7% ในไตรมาส 2 ขณะที่บริการจัดส่งภายในวันเดียวกัน (Same-day Delivery) เติบโตเร็วยิ่งกว่า โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%

เรื่องนี้มีความสำคัญ เนื่องจาก Target กำลังพยายามผสานเครือข่ายร้านค้าจำนวนมากเข้ากับบริการที่ช่วยให้ลูกค้ารับหรือได้รับสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทก็ยังคงลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดย Target เปิดสาขาใหม่ 17 แห่งในไตรมาส 2 นอกจากนี้ยังปรับลดราคาสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ และมีแผนลดราคาเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้านในช่วงที่ผู้บริโภคบางส่วนยังระมัดระวังการใช้จ่าย

ผลประกอบการสะท้อนการฟื้นตัวที่ยั่งยืนของ Target หรือไม่?

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งติดต่อกัน 2 ไตรมาสสะท้อนว่าแนวโน้มการดำเนินงานเริ่มดีขึ้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่า Target กลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตอย่างยั่งยืนแล้ว

ในไตรมาสก่อนหน้า Target รายงานยอดขายสาขาเดิมเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส โดยเติบโต 5.6% ขณะที่ไตรมาสล่าสุดยืนยันว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้น ยอดขายสาขาเดิมที่สูงกว่าคาด และโมเมนตัมที่แข็งแกร่งของช่องทางดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม Michael Fiddelke ซีอีโอของ Target ยังคงมีท่าทีระมัดระวัง โดยฝ่ายบริหารเน้นย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งติดต่อกันไม่กี่ไตรมาส แต่คือการสร้าง การเติบโตของรายได้และกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การฟื้นตัวของหมวดสินค้าที่อ่อนแอ โดยเฉพาะเสื้อผ้าและสินค้าแต่งบ้าน ขณะเดียวกันภาวะการบริโภคอาจยังจำกัดความเร็วของการฟื้นตัว เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

หุ้น Target (TGT.US, D1)

ก่อนประกาศผลประกอบการ หุ้น Target ปรับตัวขึ้นมาแล้วอย่างแข็งแกร่ง โดยราคาปิดอยู่ที่ $152.5 เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และ 54% ในรอบ 12 เดือน

แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าคาด แต่หุ้นกลับร่วงประมาณ 4% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลังประกาศผล แสดงให้เห็นว่าปฏิกิริยาของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับการที่บริษัททำรายได้หรือ EPS ได้ดีกว่าคาดการณ์

หนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนอาจนำมาพิจารณาคือผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญของเงินคืนภาษีศุลกากรแบบครั้งเดียวต่อกำไรที่รายงาน ขณะที่ในระยะต่อไป ความยั่งยืนของการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม การฟื้นตัวของกำไรจากการดำเนินงาน และผลประกอบการของหมวดสินค้าที่อ่อนแอ อาจเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่า

หลังจากร่วงลงอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า หุ้น Target ค่อย ๆ กลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยปัจจุบันราคาหุ้นอยู่สูงกว่าเส้น EMA200 ในกรอบ D1 ประมาณ 25% (เส้นสีแดง) แม้ว่ายังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลประมาณ 50%

แหล่งที่มา: xStation5

ตัวชี้วัดด้านมูลค่าและการเติบโตของธุรกิจ

รายได้ของ Target ค่อนข้างทรงตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีความผันผวนตามฤดูกาลอย่างชัดเจน และรายได้ในบางไตรมาสพุ่งขึ้นเหนือ $30 พันล้าน สะท้อนลักษณะของธุรกิจที่อยู่ในระยะเติบโตเต็มที่ และมีศักยภาพในการเติบโตจากธุรกิจหลักค่อนข้างจำกัด ปัจจุบันรายได้อยู่ที่ประมาณ $25.4 พันล้าน ขณะที่การขาดแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่องชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายหลักของบริษัทในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การขยายขนาดธุรกิจ แต่เป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างชัดเจน

EBIT ในไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ประมาณ $1.1 พันล้าน ขณะที่อัตรากำไร EBIT อยู่ที่ 4.5% สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผลประกอบการอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรดังกล่าวยังถือว่ามีส่วนเผื่อค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในธุรกิจค้าปลีก

อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 3.1% แสดงให้เห็นว่า Target สามารถฟื้นความสามารถในการทำกำไรที่สูญเสียไปในปี 2023 กลับมาได้บางส่วน แต่ยังต่ำกว่าระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงต้นของระยะเวลาที่วิเคราะห์ นอกจากนี้ อัตรากำไรยังมีความผันผวนมากกว่ารายได้อย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าต้นทุนการดำเนินงาน สัดส่วนสินค้า โปรโมชั่น และการบริหารสินค้าคงคลัง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลกำไร

ในมุมมองด้านปัจจัยพื้นฐาน การที่อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นขณะที่รายได้ยังทรงตัว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะบ่งชี้ว่าการเติบโตของกำไรส่วนหนึ่งอาจมาจาก การเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร ไม่ได้พึ่งพาการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการฟื้นตัวดังกล่าวจะกลายเป็นแนวโน้มระยะยาว ดังนั้น สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือ Target จะสามารถรักษาอัตรากำไร EBIT ให้อยู่ใกล้ระดับปัจจุบัน พร้อมกับเร่งการเติบโตของรายได้กลับมาได้หรือไม่

แหล่งที่มา: XTB Research

ระดับสินค้าคงคลังของ Target ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่หลังจากแตะจุดสูงสุดในปี 2023 และ 2025 เริ่มเห็นการทรงตัวมากขึ้น สะท้อนว่าสินค้าคงคลังกำลังปรับให้สอดคล้องกับจังหวะการเติบโตของยอดขายได้ดีขึ้น

EBITDA ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างแคบในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โดยตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ $1.9 พันล้าน สะท้อนว่ายังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานกำลังเร่งตัวขึ้น

สัญญาณเชิงคุณภาพที่สำคัญที่สุดคือ ROIC ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 9.1% สะท้อนว่าบริษัทสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่นำไปลงทุนได้ต่ำกว่าช่วงที่แข็งแกร่งที่สุดในปีก่อน ๆ ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt/Equity) อยู่ที่ประมาณ 1.1 เท่า ต่ำกว่าระดับในปี 2023–2024 อย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าโครงสร้างทางการเงินปรับตัวดีขึ้น และแรงกดดันจากภาระหนี้ลดลง

ในมุมมองด้านปัจจัยพื้นฐาน การลดลงของภาระหนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก แม้ว่ายังไม่ได้มาพร้อมกับการปรับตัวดีขึ้นในระดับเดียวกันของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน การทรงตัวของสินค้าคงคลังอาจช่วยสนับสนุนอัตรากำไรในช่วงต่อไป หากบริษัทหลีกเลี่ยงการลดราคาสินค้ามากเกินไปและไม่ปล่อยให้สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอีก

โดยรวมแล้ว กราฟสะท้อนว่า Target มีโครงสร้างงบดุลที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ยังสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนได้ในระดับปานกลาง และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของการเติบโตของ EBITDA อย่างยั่งยืน

Target ซื้อขายที่ P/E 20.1 เท่า หมายความว่าตลาดกำลังจ่ายประมาณ $20 สำหรับกำไรทุก ๆ $1 ที่บริษัทสร้างได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ Forward P/E อยู่ที่ 18 เท่า ต่ำกว่า P/E ปัจจุบัน สะท้อนว่าตลาดคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตในช่วงถัดไป

ขณะเดียวกัน EV/EBITDA อยู่ที่ 10.6 เท่า สะท้อนว่ามูลค่ากิจการของ Target อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับ EBITDA ที่บริษัทสร้างได้

Source: XTB Research

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
20 สิงหาคม 2026, 21:43

Walmart ร่วง 6% แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง 📉 แล้วค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กำลังบอกอะไรตลาด?

20 สิงหาคม 2026, 15:20

ปฏิทินเศรษฐกิจ: FOMC Minutes ประกาศแล้ว จับตา PMI และเงินเฟ้อญี่ปุ่น (20.08.2026)

20 สิงหาคม 2026, 14:16

Morning Wrap: หุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น Bitcoin พุ่ง 8% – Risk Appetite กลับมาแล้วหรือยัง?

20 สิงหาคม 2026, 08:38

ข่าวเด่นวันนี้ 20 ส.ค.

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก