08:15 · 18 มิถุนายน 2026

ตลาดน้ำมันเข้าสู่โหมดรอดูท่าที ก่อนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประเด็นหลัก
ประเด็นหลัก
  • ความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ความคาดหวังต่อการลงนามข้อตกลงในวันศุกร์กดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลดลง (Brent อยู่ที่ 78–79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ใกล้ระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) เนื่องจากตลาดเริ่มสะท้อนการกลับมาของการส่งออกน้ำมันจากอิหร่าน และการปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 100 ลำที่ถูกกักอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
  • IEA และ Goldman Sachs ส่งสัญญาณอุปทานล้นตลาด: IEA ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้ลงอย่างมาก (ลดลง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน) พร้อมเตือนว่าตลาดอาจเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างรุนแรงในอีกหลายปีข้างหน้า ส่งผลให้ Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมัน Brent ลงเหลือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับปีนี้ และ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับปีหน้า
  • สัญญาณเชิงลบจากตลาดและปัจจัยทางเทคนิค: การที่ตลาดน้ำมันในตะวันออกกลางเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะ Contango ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดจริง ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent กำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-session Moving Average) ซึ่งในเชิงเทคนิคถือเป็นการตอกย้ำความได้เปรียบของฝั่งผู้ขายในตลาดปัจจุบัน

ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ แต่ล่าสุดเริ่มเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวและฟื้นกลับขึ้นมาบริเวณ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับน้ำมันดิบ Brent

แม้ว่าตลาดจะยังคงให้น้ำหนักกับแนวโน้มการปรับตัวลงต่อ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะคลี่คลายไปในทางบวก แต่ยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายด้านที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ รายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ 14 ข้อยังคงอยู่ระหว่างการปรับแก้ และในหลายส่วนยังเป็นเพียงเป้าหมายหรือความคาดหวังที่ต้องรอการดำเนินการจริง อย่างไรก็ตาม ตลาดได้เริ่มสะท้อนความเป็นไปได้ที่น้ำมันจากอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาดโลกในปริมาณมากแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเกือบ 40% จากระดับสูงสุดในช่วงที่ความขัดแย้งรุนแรงที่สุด

ปัจจุบัน สัญญาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวในกรอบ 78-79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ เคยปรับตัวลงต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาทรงตัวบริเวณ 75-76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งประมาณ 11%

ที่มา: Bloomberg Finance LP, XTB

ปัจจัยใดกำลังส่งผลต่อราคาน้ำมัน?

  • การอนุมัติให้ส่งออกได้ทันที: แม้รายละเอียดอย่างเป็นทางการของข้อตกลงยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่รายงานล่าสุดระบุว่า อิหร่านจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงได้ทันทีหลังจากมีการลงนามข้อตกลง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้คำมั่นว่าจะยกเลิกข้อจำกัดด้านท่าเรือ และออกข้อยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่ครอบคลุมการส่งออกน้ำมัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงบริการด้านธนาคารและประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

  • กิจกรรมของเรือบรรทุกน้ำมัน: ผู้ประกอบการเดินเรือกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเริ่มเคลื่อนย้ายเรือเปล่าเข้าสู่ตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการเดินเรือผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้จะกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบทั้งขาเข้าและขาออก

  • ผลกระทบจากการปล่อยน้ำมันที่ค้างอยู่ในระบบ: คาดว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้เรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกสินค้าเต็มลำมากกว่า 100 ลำ ซึ่งเป็นของหลายประเทศในภูมิภาคและติดค้างอยู่จากความขัดแย้ง สามารถออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ การเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันอย่างรวดเร็วเช่นนี้จะมีผลต่อราคาคล้ายกับการระบายน้ำมันสำรองขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม การส่งออกกลับสู่ระดับก่อนสงครามอย่างเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เนื่องจากยังต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือ

  • การฟื้นตัวของกำลังการผลิต: กำลังการผลิตน้ำมันในภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบสูงถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยประเทศที่มีความยืดหยุ่นในการเพิ่มกำลังการผลิตมากที่สุดคือซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงทศวรรษ 1990 การผลิตน้ำมันในภูมิภาคใช้เวลาประมาณ 12 เดือนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่ในประเทศที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งอย่างอิรักและคูเวต กระบวนการฟื้นตัวใช้เวลานานกว่านั้นมาก

คาดการณ์จากสำนักงานพลังงานสากล (IEA)

ในรายงานฉบับล่าสุด IEA ยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อราคาน้ำมันมากขึ้น โดยให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานส่วนเกินในตลาด

  • อุปสงค์ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีนี้อย่างมาก โดยคาดว่าการบริโภคน้ำมันทั่วโลกจะลดลงถึง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงและปัญหาด้านอุปทานของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ก่อนหน้านี้ IEA คาดว่าจะลดลงเพียง 420,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น ปัจจุบัน ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกตามการประเมินเบื้องต้นลดลงมาอยู่ใกล้ระดับ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน

  • ความเสี่ยงอุปทานล้นตลาดในปี 2027: การคาดการณ์ระยะยาวครั้งแรกของ IEA สำหรับปี 2027 ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของภาวะอุปทานส่วนเกินขนาดใหญ่ โดยคาดว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่อุปสงค์จะเพิ่มขึ้นเพียง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจดูรุนแรง แต่หากเกิดขึ้นจริงเพียงครึ่งหนึ่ง ตลาดน้ำมันก็อาจเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ

  • สถานะของคลังน้ำมันทั่วโลก: ปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม IEA คาดว่าภาวะอุปทานส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี จะช่วยให้ตลาดมีโอกาสฟื้นฟูและเติมเต็มคลังสำรองน้ำมันที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลดลงสู่ระดับ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะใกล้

ที่มา: Bloomberg Finance LP, XTB

ธนาคารปรับลดคาดการณ์ราคา: Goldman Sachs มองตลาดเข้าสู่ช่วงทรงตัว

สถาบันการเงินต่าง ๆ เริ่มตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างรวดเร็ว โดย Goldman Sachs ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • คาดการณ์สำหรับปี 2026: Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบ Brent สำหรับปีนี้ลงเหลือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ถูกปรับลดลงเหลือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าระดับราคาเฉลี่ยที่ธนาคารคาดการณ์ไว้

  • คาดการณ์สำหรับปี 2027: สำหรับปีหน้า นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs มองว่าราคาเฉลี่ยของ Brent จะอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับ Brent ได้ถูกสะท้อนอยู่ในเส้นโค้งราคาสัญญาล่วงหน้าสำหรับเดือนพฤษภาคม 2027 แล้วในระดับหนึ่ง

  • การกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น: การปรับลดคาดการณ์ครั้งนี้มาจากสมมติฐานว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกลับสู่ระดับปกติได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเร็วกว่าการประเมินก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

  • ความเสี่ยงยังคงอยู่: อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ย้ำว่าข้อตกลงที่คาดว่าจะลงนามในวันศุกร์ยังเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นเท่านั้น หากการเจรจาเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะต่อไปไม่ประสบความสำเร็จ เตหะรานอาจกลับมาใช้มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่ออุปทานน้ำมันโลก

เส้นโค้งราคาน้ำมันล่วงหน้า (Forward Curve) ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง โดยระดับราคา 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ถูกสะท้อนแล้วสำหรับสัญญาเดือนพฤษภาคมปี 2027 ขณะที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถูกสะท้อนในช่วงปี 2031

ในภาพรวม เส้นโค้งราคาล่วงหน้าในปัจจุบันมีความ “แบน” มากกว่าช่วงที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังในตลาดพลังงาน

ที่มา: Bloomberg Finance LP

ตัวชี้วัดตลาดและการวิเคราะห์ทางเทคนิค

นักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับแนวโน้มอุปทานส่วนเกินขนาดใหญ่ในปีหน้าเป็นหลัก และในบางมุมอาจละเลยแรงกดดันจากอุปสงค์-อุปทานในตลาดจริงระยะสั้น

ในอีกด้านหนึ่ง กลับพบสัญญาณที่น่าสนใจจากตลาดราคาพลังงานในภูมิภาค รวมถึงมุมมองเชิงเทคนิคที่สะท้อนภาพตลาดในระยะสั้น

  • โครงสร้าง Contango: ในตลาดสำคัญของตะวันออกกลาง (Dubai) ส่วนต่างของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้เปลี่ยนเข้าสู่โครงสร้างแบบ Contango ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงลบและสะท้อนภาวะอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดจริงอย่างชัดเจน โดยในบางช่วง เราเริ่มเห็นสัญญาส่วนต่างระยะสั้นของ Brent พยายามเข้าสู่ภาวะ Contango เล็กน้อยเช่นกัน

  • สัญญาณทางเทคนิค: แรงกดดันฝั่งขายถูกยืนยันเพิ่มเติมเมื่อราคาน้ำมัน Brent ทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-session Moving Average) ในวันพุธ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

การหลุดหรือการทดสอบแนวรับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อแนวโน้มระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็อาจสะท้อนภาวะ “ขายมากเกินไป” (Oversold) ในระยะสั้นได้เช่นกัน


 
18 มิถุนายน 2026, 08:43

Fed ทำตลาดผวา: การเติบโตชะลอ เงินเฟ้อเร่งตัว และดอกเบี้ย “สูงนานกว่าที่คาด”

18 มิถุนายน 2026, 08:39

ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขยายการปรับตัวขึ้นแตะ +1% หลังการแถลงข่าว FOMC

18 มิถุนายน 2026, 08:37

EURUSD ลดลง 0.4% หลังการประชุม FOMC!

18 มิถุนายน 2026, 08:35

ข่าวเด่นวันนี้ 18 มิ.ย.

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก