หุ้นจีนเข้าสู่โหมด Panic: Alibaba ร่วงกว่า 50% จากจุดสูงสุด
ตลาดหุ้นจีนยังคงเผชิญแรงขายอย่างหนัก ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอ่อนแอลงต่อเนื่อง ดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ได้เข้าสู่ ภาวะตลาดหมี (Bear Market) หลังปรับตัวลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม ขณะที่ Shanghai Composite และ Shenzhen Component ต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
นักลงทุนกังวลว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันกำไรของบริษัท โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่พึ่งพาการบริโภค นอกจากนี้ ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังเพิ่มขึ้น หลังบริษัท Anthropic กล่าวหา Alibaba ว่าพยายามเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงอย่างไม่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ใน AI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ยังคงจำกัดการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากตลาดหุ้นจีน แม้ว่ามูลค่าหุ้นหลายแห่งจะอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น
ฮ่องกงเข้าสู่ตลาดหมี
ดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ซึ่งติดตามบริษัทจีนขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกง ปรับตัวลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม เข้าสู่ภาวะ Bear Market อย่างเป็นทางการ
ขณะที่
- Shanghai Composite ลดลงประมาณ 1.1%
- Shenzhen Component ลดลงเกือบ 1.6%
สะท้อนว่าแรงขายเกิดขึ้นทั้งในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดฮ่องกง
แม้เพียงไม่กี่วันก่อน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Micron จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และ AI ทั่วโลก แต่กระแสดังกล่าวกลับจางหายอย่างรวดเร็ว เมื่อนักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน
Alibaba กลับมาเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดคือ Alibaba
บริษัท AI ของสหรัฐฯ Anthropic เปิดเผยต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ Alibaba และห้องปฏิบัติการ AI ของบริษัท ได้ดำเนินการสิ่งที่เรียกว่า "การโจมตีแบบ AI Distillation" ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบต่อโมเดล Claude
Anthropic ระบุว่า ระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 5 มิถุนายน มีการใช้บัญชีปลอมกว่า 25,000 บัญชี เพื่อสร้างคำสั่งใช้งาน (Prompts) เกือบ 28.8 ล้านครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้และจำลองความสามารถของ Claude สำหรับพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง
หากข้อกล่าวหาดังกล่าวได้รับการยืนยัน อาจนำไปสู่การเข้มงวดมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ต่อจีนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและภูมิรัฐศาสตร์ให้กับหุ้นเทคโนโลยีจีน
การบริโภคในประเทศยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น
- การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอ่อนแอ
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังต่ำกว่าคาด
ประเด็นเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อบริษัทอีคอมเมิร์ซอย่าง Alibaba และ JD.com ซึ่งการเติบโตในระยะยาวขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค หากการบริโภคไม่ฟื้น บริษัทเหล่านี้อาจกลับไปเติบโตในระดับก่อนวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ได้ยาก
AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนของหุ้นจีนได้หรือไม่?
นักลงทุนเริ่มแยกแยะระหว่าง กระแส AI ระดับโลก กับ ศักยภาพของบริษัทเทคโนโลยีจีน
ในขณะที่บริษัทสหรัฐฯ ยังได้รับประโยชน์จากความต้องการชิป AI และศูนย์ข้อมูลที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทจีนกลับต้องพัฒนา AI ภายใต้ข้อจำกัดด้านการเข้าถึงชิปขั้นสูงและมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
จึงเกิดคำถามมากขึ้นว่า เงินลงทุนมหาศาลใน AI ของจีนจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้จริงหรือไม่
ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางตลาดหุ้นจีน
ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นักลงทุนจะจับตา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- การฟื้นตัวของการบริโภคและข้อมูลเศรษฐกิจจีน
- ความสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกเพิ่มเติม
- ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เพื่อประเมินว่าการลงทุนใน AI เริ่มสร้างรายได้และกำไรได้จริงหรือยัง
ตราบใดที่ทั้งสามปัจจัยนี้ยังไม่ส่งสัญญาณเชิงบวก ตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันต่อไป แม้ว่ามูลค่าหุ้นหลายบริษัทจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานแล้วก็ตาม
Alibaba และดัชนี Hang Seng China
หุ้น Alibaba ร่วงลงแล้วกว่า 50% จากจุดสูงสุดในปี 2025 และปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าเส้น EMA 200 วัน เกือบ 30% สะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนแออย่างมากต่อสินทรัพย์จีน
นอกจาก Alibaba แล้ว หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ เช่น Baidu, Tencent และ Yum China ก็ปรับตัวลงพร้อมกัน ท่ามกลางแรงขายที่ยังคงกดดันตลาดหุ้นจีนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: xStation5
สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่ Donald Trump ประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน จนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในระยะสั้น

Source: xStation5
Chart of the Day: ฟิวเจอร์ส Nikkei หลุดเส้น EMA10 ท่ามกลางความกังวลต่อกระแส AI ที่เพิ่มขึ้น 🇯🇵📉 (26.06.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ และถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed (26.06.2026)
Morning Wrap: เอเชียขยายแรงเทขายตามวอลล์สตรีท จากความกังวลเรื่องฮาร์ดแวร์ราคาแพง (26.06.2026)
IBM แสดงความก้าวหน้าครั้งสำคัญ: ผู้นำของการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งถัดไปหรือไม่?