หุ้นโตเกียวปิดตลาดร่วงแรงในวันศุกร์ จากแรงขายทำกำไรอย่างหนักในกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร โดยสัญญาฟิวเจอร์ส Nikkei 225 (JP225) ปรับตัวลดลงอีก 1.7% และหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 10 วัน (EMA10) ท่ามกลางกระแสความเชื่อมั่นต่อหุ้น AI ที่เริ่มชะลอตัวลง
หลังจากขึ้นไปแตะระดับใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ฟิวเจอร์ส JP225 ได้ปรับฐานลงอย่างรวดเร็วและหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 10 วัน (EMA10) ซึ่งเป็นเส้นสีเหลือง ปัจจุบันดัชนีกำลังทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 69,800 จุด ซึ่งเดิมเคยเป็นแนวต้านสำคัญ
แม้แนวโน้มขาขึ้นในกราฟรายวันยังคงอยู่ โดยได้รับแรงหนุนจากเส้น EMA ระยะยาว (สีม่วง) ที่ยังคงไต่ระดับขึ้น แต่โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นเชิงลบ หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือระดับ 69,800 จุด ได้ อาจเปิดทางให้เกิดการปรับฐานลงต่อสู่บริเวณ 67,200 จุด
ที่มา: xStation5
ปัจจัยที่กดดัน JP225 วันนี้
🔹 บรรยากาศการลงทุนในเอเชียเปลี่ยนเป็น Risk-off
นักลงทุนสถาบันเริ่มลดการลงทุนในตลาดที่พึ่งพาการส่งออก หลังความกังวลเพิ่มขึ้นว่ามูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI อาจสูงเกินพื้นฐาน เมื่อเทียบกับรายได้ที่ยังเติบโตไม่ทันกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล
🔹 เงินเฟ้อโตเกียวเร่งตัว หนุนคาดการณ์ BoJ ขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น
อัตราเงินเฟ้อโตเกียวเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็น 1.7% YoY ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน) เร่งตัวเป็น 1.9% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ขยายวงกว้าง ประกอบกับถ้อยแถลงที่มีท่าทีเข้มงวดมากขึ้นของผู้ว่าการ Kazuo Ueda ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปของ BoJ จากเดือนธันวาคมมาเป็นเดือนตุลาคม
🔹 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นกดดันตลาดหุ้น
การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทำให้มูลค่าหุ้น (Valuation) น่าสนใจน้อยลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความกังวลว่าธุรกิจ AI อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดในการสร้างผลกำไร
🔹 แรงขายหนักในหุ้นเทคโนโลยี
- SoftBank Group ร่วง 12.53% หลังมีกระแสข่าวว่า OpenAI อาจเลื่อนการทำ IPO
- Kioxia Holdings ลดลง 11.24%
- Taiyo Yuden ลดลง 10.84%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ AI ปรับตัวลงพร้อมกัน สอดคล้องกับแรงขายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค
🔹 ภาพรวมตลาดยังไม่อ่อนแอทั้งหมด
แม้ดัชนี Nikkei จะร่วงแรง แต่จำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวยัง มากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลง (1,785 ต่อ 1,730 ตัว) สะท้อนว่าแรงขายกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่หุ้น Defensive อย่าง Kao Corp ปรับขึ้น 4.85% รวมถึง Haseko และ Olympus ที่ปิดบวก นอกจากนี้ ดัชนี Nikkei Volatility Index ยังลดลง 22.47% เหลือ 30.77 แสดงให้เห็นว่าความผันผวนของตลาดเริ่มคลี่คลายลง แม้ดัชนีหลักจะยังเผชิญแรงกดดันอยู่ก็ตาม
หุ้นจีนเข้าสู่โหมด Panic 🚩 Alibaba ร่วงกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาล
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ และถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed (26.06.2026)
Morning Wrap: เอเชียขยายแรงเทขายตามวอลล์สตรีท จากความกังวลเรื่องฮาร์ดแวร์ราคาแพง (26.06.2026)
IBM แสดงความก้าวหน้าครั้งสำคัญ: ผู้นำของการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งถัดไปหรือไม่?