📈 ตลาดหุ้น (Stock Market)
แทบไม่เหลือร่องรอยของแรงซื้อในช่วงแรกบน Wall Street ที่เกิดขึ้นจากข่าวการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่กำลังซื้อขายในแดนลบ
- S&P 500 ปรับตัวลดลงประมาณ 0.3%
- Nasdaq 100 ร่วงเกือบ 0.7%
- ขณะที่ Dow Jones ยังคงอยู่ในแดนบวกเล็กน้อย
แรงกดดันหลักยังคงอยู่ในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับตลาดหน่วยความจำ
- Micron ลดลงมากกว่า 5.5%
- Sandisk ร่วงเกือบ 12%
- Nvidia ลดลงมากกว่า 5%
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Hyperscalers สามารถรับมือได้ดีกว่า โดยยังปรับตัวขึ้นในวันนี้
การเปลี่ยนแปลงของ sentiment ในตลาดได้รับแรงกดดันจากรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าของจีนในการพัฒนาอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง ซึ่งอาจกลายเป็นความท้าทายต่อสถานะผู้นำของ ASML บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากยุโรปในอนาคต
รายงานระบุว่า ปักกิ่งกำลังพัฒนาอุปกรณ์ DUV (Deep Ultraviolet Lithography) ภายในประเทศ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ใช้ในการผลิตชิปขั้นสูง
ข่าวดังกล่าวเพิ่มความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตของผู้ผลิตชิปฝั่งตะวันตก
นอกจากนี้ ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังถูกตอกย้ำจากคำกล่าวของ Donald Trump เกี่ยวกับการแข่งขันด้าน AI:
“พวกเขากำลังจับตาเรา และเราก็กำลังจับตาพวกเขา”
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า การแข่งขันเชิงกลยุทธ์เพื่อความเป็นผู้นำด้าน AI และเทคโนโลยีสำคัญยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของตลาด
ส่งผลให้กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโตบน Wall Street ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงขายหนักที่สุด
นักลงทุนกังวลว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของจีนอาจลดความได้เปรียบระยะยาวของบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และยุโรป
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปปิดการซื้อขายด้วยบรรยากาศที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยุโรปได้รับแรงหนุนหลักจากข่าวหยุดยิงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการยกระดับความขัดแย้งและแรงกดดันด้านราคาพลังงาน
- FTSE 100 ของอังกฤษ เพิ่มขึ้น 0.4%
- CAC 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.4%
- DAX ของเยอรมนี พุ่งขึ้นมากกว่า 1.3%
- IBEX 35 ของสเปน ปิดบวก 0.8%
🌐 ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค (Geopolitics & Macroeconomics)
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนตลาดในช่วงครึ่งแรกของวันคือ การยุติปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
Donald Trump ระบุว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่าน หลังได้รับคำขอจากประเทศตัวกลางให้เปิดโอกาสสำหรับการเจรจาอีกครั้ง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่เตือนว่าเวลาสำหรับการบรรลุข้อตกลงยังมีจำกัด
ขณะเดียวกัน Trump ย้ำว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สหรัฐฯ พร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง
สำหรับตลาดการเงิน ข่าวดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันระยะสั้นจากความเสี่ยงด้านการขยายตัวของความขัดแย้ง และลดความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้น
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงระมัดระวัง เนื่องจากการหยุดยิงในปัจจุบันยังไม่ได้หมายถึงการยุติความขัดแย้งอย่างถาวร
ถ้อยแถลงของ Trump สะท้อนว่านี่อาจเป็นเพียงช่วงพักเพื่อเปิดทางให้มีการเจรจา มากกว่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของปฏิบัติการทางทหาร
หากการเจรจาล้มเหลว ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจกลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและ sentiment เชิงลบในตลาดการเงินทั่วโลก
ขณะนี้ นักลงทุนกำลังจับตาว่า ความพยายามทางการทูตจะนำไปสู่ข้อตกลงระยะยาวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้หรือไม่
การรักษาข้อตกลงหยุดยิงจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ลดแรงกดดันด้านพลังงาน และลดความกังวลต่อผลกระทบของความขัดแย้งต่อเศรษฐกิจโลก
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)
ข่าวการหยุดยิงส่งผลต่อตลาดน้ำมันอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง หลังนักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานทั่วโลก
การลดลงของ ค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ส่งผลให้เกิดแรงขายในน้ำมันดิบ Brent อย่างชัดเจน จากความคาดหวังว่าสถานการณ์ระหว่างวอชิงตันและเตหะรานอาจคลี่คลายลง
🪙 โลหะมีค่า (Precious Metals)
ตลาดโลหะมีค่ายังคงอยู่ในภาวะเชิงบวกอย่างระมัดระวัง
- Gold Futures เพิ่มขึ้นประมาณ 0.5% เข้าใกล้ระดับ 4,100 ดอลลาร์
- Silver Futures เพิ่มขึ้น 0.7% เคลื่อนไหวบริเวณ 58 ดอลลาร์
🪙 คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies)
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับแรงหนุนจาก sentiment เชิงบวกเช่นกัน
- Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% ทดสอบระดับ 65,000 ดอลลาร์
- Ethereum เพิ่มขึ้นเกือบ 1% ซื้อขายบริเวณ 1,940 ดอลลาร์
Nasdaq-100 ถูกกดดัน หลังหุ้นกลุ่มชิปร่วงลง
จีนพัฒนาเครื่องผลิตชิปของตัวเอง กดดัน ASML ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีระลอกใหม่
🔴ก๊าซยุโรปร่วง 7.5%
Economic Calendar: สัปดาห์นี้ตลาดจับตาอะไร? ❓