09:51 · 24 มิถุนายน 2026

หุ้นเกาหลีถอยตัวลง กดดันบรรยากาศตลาดโลก 🚩 แล้ว US500 จะไปทางไหนต่อ?

ประเด็นหลัก
ประเด็นหลัก
  • มูลค่าทรัพย์สินใน ETF แบบ leveraged ของเกาหลีพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสความคึกคักจาก AI โดยเกือบครึ่งหนึ่งของ exposure มาจากผลิตภัณฑ์นอกประเทศ
  • ดัชนี KOSPI ร่วงลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการกระจุกตัวของการถือครอง (concentrated positioning) สามารถขยายความรุนแรงของการเคลื่อนไหวในตลาดได้อย่างมาก
  • หุ้น Samsung ในรูปแบบ ADR ที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรปรับตัวลงมากกว่า 10% ขณะที่นักลงทุนเริ่มประเมินโมเมนตัมของตลาด KOSPI ใหม่อีกครั้ง โดยดัชนีนี้มีโครงสร้างพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีเกาหลีอย่างสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากกระแสการลงทุนใน AI
  • Goldman Sachs ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของตลาดเพียง 5% อาจกระตุ้นให้เกิดกระแสการปรับสมดุล (rebalancing flows) จาก ETF แบบ leveraged ของเกาหลีราว 4.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 13% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นเกาหลี
  • ในขณะเดียวกัน Net Gamma Exposure (GEX) ของ S&P 500 ลดลงถึง 44% ภายในวันเดียว โดยระดับ 7,470 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับปิดวันที่ 22 มิถุนายนเพียง 2 จุด ยังคงเป็นแนวสำคัญที่แยกโหมดตลาดที่มีเสถียรภาพแบบ positive-gamma ออกจากโหมดที่อาจมีความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นักลงทุนที่พยายามประเมินโมเมนตัมของวอลล์สตรีทส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับตลาดออปชันของสหรัฐฯ กระแส gamma ของผู้ดูแลสภาพคล่อง (dealer gamma flows) และผลกระทบจากวันหมดอายุสัญญาออปชันรายไตรมาส (OPEX) ต่อดัชนี S&P 500

อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ชี้ไปยังแหล่งความเสี่ยงใหม่ที่อาจมีความสำคัญมากขึ้น นั่นคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด ETF แบบ leveraged ในเกาหลีใต้

ตามข้อมูลของธนาคาร มูลค่าสินทรัพย์ใน ETF แบบ leveraged ของเกาหลีได้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40,000 ล้านดอลลาร์ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของ exposure นี้มาจากกองทุนที่จดทะเบียนนอกประเทศเกาหลี ซึ่งยิ่งเพิ่มขนาดของกระแสการปรับสมดุลข้ามพรมแดน (cross-border rebalancing flows)

แรงอ่อนตัวเริ่มเห็นได้ชัดแล้วในหุ้นขนาดใหญ่ของเกาหลีอย่าง Samsung (SMSN.UK) ขณะที่ตลาดเกาหลีกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (concentration risk) ในตลาดโลกมากขึ้น

หากไม่มีหุ้นยักษ์อย่าง Samsung Electronics, SK Hynix และ LG Electronics ดัชนีหุ้นเกาหลีแทบจะเคลื่อนไหวทรงตัวในปีนี้ แต่ในความเป็นจริง ดัชนีกลับปรับตัวขึ้นเกือบ 90% นับตั้งแต่ต้นปี หลังนักลงทุนมองว่าบริษัทเทคโนโลยีเกาหลีเป็นผู้ได้รับประโยชน์สำคัญจากการขยายตัวของกระแส AI ทั่วโลก

เหตุการณ์สำคัญถัดไปเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เมื่อ Micron Technology ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากวัฏจักรขาขึ้นของชิปหน่วยความจำ จะรายงานผลประกอบการหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ

ในวันศุกร์ นักลงทุนยังจะได้รับข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และความผันผวนของตลาดในระยะสั้น

  •  
  • 7700
  • 7800

แต่หากหลุดต่ำกว่า 7470:
โครงสร้างจะเปลี่ยนเป็นฝั่งลบ โดย dealer อาจต้องขายฟิวเจอร์สตามการปรับตัวลงของตลาด ซึ่งจะ:

  • เพิ่มความผันผวน
  • เร่งแรงโมเมนตัมขาลง
  • ทำให้การปรับฐานรุนแรงขึ้น หากไม่มีแรงซื้อเข้ามารองรับอย่างรวดเร็ว

โซนที่มีความเสี่ยงต่อแรงเร่งขาลงมากที่สุดในขณะนี้อยู่บริเวณ 7450 และ 7400

เกาหลีอาจเป็นตัวเร่งความผันผวนของตลาดโลก

Goldman Sachs ระบุว่า ความนิยมระดับสูงเป็นประวัติการณ์ของ ETF แบบ leveraged ในเกาหลี อาจยิ่งเพิ่มความผันผวนของตลาดในระยะต่อไป

จากการประเมินของธนาคาร หากตลาดเคลื่อนไหวเพียง 5% จะบังคับให้ผู้ดูแลสภาพคล่อง (dealers) ที่สนับสนุน ETF เหล่านี้ต้องปรับสมดุล (rebalance) สถานะรวมราว 4.7 พันล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 13% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นเกาหลี


ผลกระทบระดับหุ้นรายตัว

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือผลกระทบในระดับหุ้นรายตัว โดย Goldman Sachs ประเมินว่าแรง rebalancing ที่อาจเกิดขึ้นจะกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของเกาหลี:

  • SK Hynix: ประมาณ 2.0 พันล้านดอลลาร์
  • Samsung Electronics: ประมาณ 1.45 พันล้านดอลลาร์

คิดเป็นสัดส่วนราว 25% และ 21% ของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยของแต่ละบริษัทตามลำดับ

ซึ่งหมายความว่า แม้ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ “กลไกเชิงเทคนิค” ของ ETF แบบ leveraged สามารถสร้างแรงเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ


จะเกิด “Volmageddon” อีกครั้งหรือไม่?

ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของความตื่นตระหนกขั้นรุนแรง ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงประมาณ 170 จุดจากจุดสูงสุดล่าสุด ซึ่งยังถือว่าเป็นการย่อตัวในระดับค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับแรงขึ้นก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม การผสมกันของ:

  • ความเสี่ยงจาก negative gamma ที่กำลังก่อตัวในตลาดออปชันสหรัฐฯ
  • และ exposure ขนาดใหญ่ของ leveraged ETF ในเอเชีย

อาจสร้างสภาพแวดล้อมที่ตลาดไวต่อแรงกระแทกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสภาพคล่องต่ำของฤดูร้อน ซึ่งอาจขยายความผันผวนได้มากกว่าปกติ

แม้แต่ตัวกระตุ้นที่ดู “ธรรมดา” เช่น ข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนลง ท่าที Fed ที่เข้มงวดขึ้น หรือผลประกอบการที่ผิดคาดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ก็อาจนำไปสู่กระแสการ hedge และ rebalancing อัตโนมัติทั้งในสหรัฐฯ และเอเชียได้พร้อมกัน


บททดสอบของตลาดในระยะสั้น

ช่วงไม่กี่วันข้างหน้าอาจเป็นบททดสอบสำคัญ ไม่เพียงต่อระดับ 7470 ของ S&P 500 แต่ยังรวมถึงความสามารถของตลาดโลกในการดูดซับอิทธิพลของกลไกการเทรดเชิงระบบ (mechanical trading) และผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบ leveraged ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้น


สัญญา S&P 500 futures เคลื่อนไหวในแดนลบก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ แต่ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับค่อนข้างเบา ดังนั้น ช่วง 20–30 นาทีแรกของตลาดนิวยอร์กอาจเป็นตัวชี้ขาดว่าแรงอ่อนตัวในวันนี้จะขยายเป็นการปรับฐานที่ใหญ่ขึ้น หรือเป็นเพียงการย่อตัวระยะสั้นเท่านั้น

Source: xStation5

24 มิถุนายน 2026, 09:56

ตลาดกำลังหันหลังให้กับหุ้นเทคโนโลยีหรือไม่?

24 มิถุนายน 2026, 09:24

⬇️ US100 ร่วง2.6%

24 มิถุนายน 2026, 09:03

ข่าวเด่นวันนี้ 24 มิ.ย.

24 มิถุนายน 2026, 08:57

หุ้น Volkswagen ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2010 📉 หลัง Citi ปรับลดราคาเป้าหมาย

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก