- เยอรมนีอาจยกเลิกแผนสร้างเรือฟริเกต F126 จำนวน 6 ลำ และหันไปจัดซื้อเรือรบขนาดเล็กกว่าอย่าง Meko A-200 จำนวน 8 ลำ แทน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับขนาดและมูลค่าของสัญญาด้านกลาโหมในอนาคต
- Rheinmetall ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยราคาหุ้นร่วงลงสูงสุดถึง 14% หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 12.8 พันล้านยูโร
- แรงขายยังลุกลามไปยังหุ้นกลุ่มกลาโหมทั่วยุโรป เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า งบประมาณด้านการทหารที่รัฐบาลหลายประเทศประกาศออกมานั้น จะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้จริงของบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้มากน้อยเพียงใด
- ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ไม่เพียงจับตา “มูลค่างบประมาณ” ที่ถูกประกาศ แต่ยังให้ความสำคัญกับ การอนุมัติโครงการจริง การลงนามสัญญา และการส่งมอบงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะกำหนดรายได้ของบริษัทกลาโหมในระยะต่อไป
- เยอรมนีอาจยกเลิกแผนสร้างเรือฟริเกต F126 จำนวน 6 ลำ และหันไปจัดซื้อเรือรบขนาดเล็กกว่าอย่าง Meko A-200 จำนวน 8 ลำ แทน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับขนาดและมูลค่าของสัญญาด้านกลาโหมในอนาคต
- Rheinmetall ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยราคาหุ้นร่วงลงสูงสุดถึง 14% หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 12.8 พันล้านยูโร
- แรงขายยังลุกลามไปยังหุ้นกลุ่มกลาโหมทั่วยุโรป เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า งบประมาณด้านการทหารที่รัฐบาลหลายประเทศประกาศออกมานั้น จะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้จริงของบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้มากน้อยเพียงใด
- ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ไม่เพียงจับตา “มูลค่างบประมาณ” ที่ถูกประกาศ แต่ยังให้ความสำคัญกับ การอนุมัติโครงการจริง การลงนามสัญญา และการส่งมอบงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะกำหนดรายได้ของบริษัทกลาโหมในระยะต่อไป
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายวันพุธด้วยความระมัดระวัง โดยดัชนี STOXX 50 และ STOXX 600 เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว หลังจากเกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และรายงานผลประกอบการของ Micron ที่จะประกาศในวันนี้ ซึ่งอาจให้มุมมองใหม่ต่อแนวโน้มของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
- ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าเยอรมนีอาจยกเลิกแผนการสร้างเรือฟริเกต F126 จำนวน 6 ลำ ซึ่งถือเป็นโครงการจัดซื้อกองเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
- ตามรายงานของ Financial Times กรุงเบอร์ลินกำลังพิจารณายกเลิกโครงการ F126 มูลค่าหลายพันล้านยูโร และหันไปจัดซื้อเรือฟริเกตขนาดเล็กกว่าแบบ Meko A-200 จำนวน 8 ลำแทน
- หุ้น Rheinmetall ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากบริษัทถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการ F126 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 12.8 พันล้านยูโร โดยก่อนหน้านี้บริษัทเตรียมเข้ารับช่วงสัญญาต่อจาก Damen Naval ผู้ต่อเรือสัญชาติเนเธอร์แลนด์ หลังจากโครงการล่าช้ามาหลายปี แม้ว่าการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมาธิการงบประมาณของเยอรมนียังไม่ได้เกิดขึ้นก็ตาม
- แรงขายยังลามไปยังหุ้นกลุ่มกลาโหมทั่วยุโรป โดย Hensoldt ลดลง 2.9%, Renk ลดลง 4.0%, Saab ลดลง 2.6%, Leonardo ลดลง 3.5% และ BAE Systems ลดลง 1.6%
- การปรับตัวลงครั้งนี้สะท้อนถึงความอ่อนแอของ sentiment ต่อหุ้นกลุ่มกลาโหมในปี 2026 เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า งบประมาณด้านการทหารที่ประกาศออกมา จะสามารถแปลงเป็นรายได้จริงของบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหมได้มากน้อยเพียงใด
- การปรับโครงสร้างโครงการ F126 ยังอาจเป็นแรงกดดันต่อยุทธศาสตร์กลาโหมของเยอรมนี แม้ว่ากรุงเบอร์ลินจะประกาศเป้าหมายสร้าง “กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปในเชิงกำลังรบแบบดั้งเดิมภายในปี 2039” ก็ตาม

แหล่งที่มา: xStation5
Rheinmetall สูญเสีย “พรีเมียมจากความมั่นใจในสัญญา”
- Rheinmetall เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าเยอรมนีอาจยกเลิกแผนจัดซื้อเรือฟริเกตต่อต้านเรือดำน้ำ F126 จำนวน 6 ลำ และเปลี่ยนไปสั่งซื้อจาก TKMS แทน โดยราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 17% ณ จุดต่ำสุดของวัน ถือเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025
- สำหรับนักลงทุน ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การสูญเสียสัญญาขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ตลาดกำลังเริ่มตั้งคำถามต่อสมมติฐานที่ว่า งบประมาณด้านกลาโหมของเยอรมนีจะถูกแปลงเป็นการเติบโตของรายได้ให้กับผู้รับเหมารายใหญ่โดยอัตโนมัติ
- ในขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเริ่มปรับความคาดหวังต่อความเป็นไปได้ของการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยูเครน ซึ่งส่งผลให้ความสนใจต่อการปรับตัวขึ้นรอบก่อนหน้าของหุ้นกลุ่มกลาโหมลดลง
- ตามรายงานของนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ระบุว่า การยกเลิกโครงการดังกล่าวอาจทำให้ Rheinmetall ต้องบันทึกการด้อยค่า (write-down) ประมาณ 2 พันล้านยูโร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากฝ่ายบริหารเคยมีความมั่นใจว่าจะสามารถปิดดีลสัญญาได้ก่อนช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภาฤดูร้อน
- ในขณะเดียวกัน หุ้น TKMS ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 12% สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไม่ได้คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมของเยอรมนีจะลดลงโดยรวม แต่เป็นการปรับมุมมองว่าใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากสัญญาในอนาคต
- แรงกดดันเพิ่มเติมมาจากแผน IPO ของ KNDS ที่แฟรงก์เฟิร์ตและปารีส โดยผู้ถือหุ้นปัจจุบัน ได้แก่ รัฐบาลฝรั่งเศสและ Wegmann & Co เตรียมเสนอขายหุ้นราว 20% ของบริษัท ซึ่งจะเปิดช่องทางการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมกลาโหมยุโรป และอาจลดการกระจุกตัวของเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Rheinmetall เพียงรายเดียวในอดีต

Source: xStation5
SpaceX ร่วงหนัก… แต่ยังไม่ต้องตื่นตระหนก
🏦 Deutsche Bank ลดคาดการณ์ราคาทองคำ หลัง GOLD และ Silver เผชิญแรงขายหนัก
📉 กราฟประจำวัน: EURUSD ร่วงต่อเนื่อง 🚩 คู่เงินนี้จะไปทางไหนต่อ? (24.06.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาดัชนี Ifo ของเยอรมนีและผลประกอบการ Micron (24.06.2026)