ความผันผวนรุนแรงในช่วงเปิดสัปดาห์
ตลาดทองคำโลกเพิ่งเผชิญกับการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ (1/6) ที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยราคาทองคำกลับตัวปรับลดลงอย่างรุนแรง หลุดแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างเป็นทางการ
ปิดตลาด ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 4,486.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 54.2 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (หรือ -1.2%) จากสัปดาห์ก่อนหน้า
แรงขายรอบนี้เกิดจากหลายปัจจัยลบที่ส่งผลร่วมกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจนเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน รวมถึงแรงขายต่อเนื่องจากกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการซื้อขายฝั่งยุโรปช่วงบ่ายวันนี้ ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว โดยกลับขึ้นเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง และกำลังมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า
ตะวันออกกลางยังเป็นชนวนความผันผวน
ตลาดพลังงานที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในช่วงต้นสัปดาห์ โดยความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะข่าวที่อิหร่านอาจระงับการเจรจาสันติภาพ และขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในช่วงหนึ่งพุ่งขึ้นมากกว่า 8%
แม้ช่วงท้ายของวัน ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงบ้างจากถ้อยแถลงผ่อนคลายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับกระบวนการเจรจา และการที่กองทัพอิสราเอลตกลงไม่รุกเข้าสู่กรุงเบรุต (เลบานอน) แต่ราคาน้ำมันยังปิดตลาดในระดับสูง
- น้ำมันดิบ WTI (นิวยอร์ก): เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% อยู่ที่ 92.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- น้ำมัน Brent (ลอนดอน): เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% อยู่ที่ 94.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทันทีได้เพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อโลกอาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ ธนาคารกลางหลักอาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยขณะนี้ทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ถูกคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
ดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และแรงกดดันจาก ETF
สำหรับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลาดกำลังเอนเอียงไปในทิศทางที่คาดว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ โดยตามเครื่องมือ CME FedWatch ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีลดลงเหลือ 54%
ความคาดหวังเรื่อง “ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น” ส่งผลโดยตรงต่อแรงกดดันต่อทองคำผ่าน 2 ช่องทางหลัก:
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า: ดัชนี Dollar Index (DXY) เพิ่มขึ้น 0.28% อยู่ที่ 99.18 จุด โดยดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ เป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น: พันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.459% ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ (ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย) สูงขึ้น และลดความน่าสนใจในระยะสั้น
นอกจากนี้ ความระมัดระวังของนักลงทุนสถาบันยังสะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวของกองทุน ETF โดย SPDR Gold Trust ยังคงขายสุทธิอีก 0.2 ตันในวันที่ 1/6 ทำให้ยอดถือครองลดลงเหลือ 1,028.9 ตัน โดยก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมก็มีการขายต่อเนื่องประมาณ 10 ตัน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
Jim Wyckoff จาก American Gold Exchange ระบุว่า แรงกดดันจากความคาดหวังดอกเบี้ยที่สูงจะยังคงกดดันราคาทองคำต่อไป เว้นแต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะหยุดปรับขึ้นและเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัวหรือปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นักวิเคราะห์ยังคงมองทองคำในเชิงบวก Ole Hansen จาก Saxo Bank ให้ความเห็นว่า เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย และแรงกระแทกจากราคาพลังงานลดลง กระแสเงินลงทุนจะกลับมาโฟกัสปัจจัยเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นแรงหนุนของตลาดขาขึ้นทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เขายังคาดว่าการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปี
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ราคาทองคำได้เกิดการ “กลับตัวแรง” ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หลังแรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจนจากการย่อตัวลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การที่ราคาดีดกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วจากโซนดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงควบคุมตลาดได้ดี และยังคงสนับสนุนภาพการฟื้นตัวในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แนวโน้มขาขึ้นได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนมากขึ้น ราคาทองคำยังคงต้องผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,590 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นโซนที่เคยกดดันราคาและขวางการทะลุขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต
แม้เช่นนั้น การที่ราคาสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ทุกครั้งหลังจากการปรับฐานแรง ๆ สะท้อนสัญญาณเชิงบวก โดยบ่งชี้ว่าแรงซื้อยังคงมีอยู่และพร้อมดูดซับแรงขายทำกำไรในตลาด
หากฝั่งซื้อสามารถผลักดันราคาให้ทะลุเหนือระดับ 4,590 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ด้วยโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง จะถือเป็นสัญญาณยืนยันรอบขาขึ้นใหม่ โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่บริเวณ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Max Tran - XTB Analyst
🎁 XTB 6.6 Deposit Bonus มาแล้ว!
ปฏิทินเศรษฐกิจ: ตัวเลขสำคัญตามกำหนดการวันนี้ (02.06.2026)
สรุปข่าวเช้า: ตลาดรับสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญคืนนี้ (02.06.2026)
ข่าวเด่นวันนี้ 2 มิ.ย.