EU50 กำลังปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยดัชนีเพิ่มขึ้น 0.4% ระหว่างวัน ขณะที่ภาพรวมของตลาดยังคงอยู่ในโทนเชิงบวก
ปัจจุบัน 71% ของหุ้นในดัชนีซื้อขายอยู่ในแดนบวก และ 60% ของหุ้นยังคงอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 200 วัน ซึ่งสะท้อนว่าแรงปรับตัวขึ้นมีการกระจายตัวอย่างกว้างในตลาด
ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) เพียง 1.5% โดยให้ผลตอบแทน +1.0% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา, +3.4% ในช่วง 1 เดือน และ +5.0% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
กลุ่มอุตสาหกรรม: วัสดุ การเงิน และอุตสาหกรรมเป็นผู้นำตลาด
การปรับตัวขึ้นในวันนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่ม Materials, Financials, Communications, Technology และ Industrials
กลุ่ม Materials เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 0.8% ได้แรงหนุนจากผลงานที่โดดเด่นของ Saint-Gobain (+1.83%) และ BASF (+1.28%)
ในกลุ่ม Financials หุ้นที่โดดเด่น ได้แก่ UniCredit (+1.52%), BNP Paribas (+1.41%) และ BBVA (+1.34%) อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นบวกทั้งหมด โดย Deutsche Bank (-2.29%) เป็นหุ้นที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาหุ้นขนาดใหญ่ของวันนี้
ในกลุ่ม Industrials หุ้น Airbus (+1.95%) และ Safran (+1.38%) ปรับตัวขึ้นได้ดี ขณะที่แรงกดดันต่อดัชนีมาจากหุ้นอย่าง Bayer (-1.77%), Siemens Energy (-1.69%) และ Anheuser-Busch InBev (-0.90%)

การซื้อหุ้นคืน (Buybacks) เป็นแรงหนุนเพิ่มเติมให้กับตลาดหุ้นยุโรป
อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังคงสนับสนุนตลาดหุ้นยุโรปคือธีมการซื้อหุ้นคืนที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
อ้างอิงจาก Barclays บริษัทในดัชนี Stoxx 600 ได้ทำการซื้อหุ้นคืนรวมประมาณ 18,000 ล้านยูโรในเดือนเมษายน ซึ่งใกล้เคียงระดับสูงสุดตามวัฏจักร และสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ Barclays ยังระบุว่าเกือบ 80% ของโครงการซื้อหุ้นคืนที่ประกาศไว้สำหรับปี 2026 ยังไม่ได้ถูกดำเนินการ ซึ่งอาจยังคงเป็นแรงสนับสนุนเชิงเทคนิคต่อหุ้นยุโรปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
โครงการซื้อหุ้นคืนที่ประกาศแล้ว
- Siemens ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 6,000 ล้านยูโร
- Shell ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Eni ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1,500 ล้านยูโร
- ING ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1,000 ล้านยูโร
Barclays ยังระบุว่า Deutsche Bank เป็นหนึ่งในบริษัทที่ยังมีมูลค่าการซื้อหุ้นคืนคงค้างสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนสิงหาคม
นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่มีโครงการซื้อหุ้นคืนคงค้างในระดับสูง ได้แก่ Tenaris, Quilter, Bridgepoint, British American Tobacco, Serco และ Royal Unibrew ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน

ภาพรวมของ EU50 ในวันนี้ยังคงเป็นเชิงบวก แม้จะมีลักษณะ “คัดเลือกมากขึ้น” มากกว่าการปรับขึ้นแบบทั่วทั้งตลาด
ในขณะเดียวกัน การประเมินมูลค่าของดัชนี โดยมีค่า trailing P/E อยู่ที่ระดับ 18.7 เท่า ยังคงถือว่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับระดับ P/E ของดัชนีหุ้นหลักในสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นยุโรปยังมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดฝั่งสหรัฐฯ

RBNZ เปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน: Hawkish เต็มตัว 🦅 ถึงเวลาของ NZD แล้วหรือยัง 🇳🇿
BREAKING: CAD ร่วงแรง หลังตัวเลข GDP แคนาดาสร้างแรงกังวลต่อนักลงทุน 🚨
ข้อมูลเงินเฟ้อเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมาก ส่งสัญญาณ Dovish ต่อ ECB หรือไม่?
Chart of the day: EURUSD จับตา CPI เยอรมนี ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่ ECB อาจเปลี่ยนนโยบายการเงิน (29.05.2026)