ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้
วันนี้ตลาดจับตา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ผลประกอบการของบริษัท Big Tech, ความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน และ การตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของ ECB
📌 อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาด?
- การใช้จ่ายด้าน AI ของ Big Tech กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน – แม้ Alphabet และ Tesla จะรายงานรายได้แข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทกลับปรับตัวลง หลังตลาดกังวลต่อแผนลงทุน (CapEx) ที่พุ่งสูง โดย Alphabet วางแผนเพิ่ม CapEx เป็น 205,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ขณะที่ CapEx ของ Tesla เพิ่มขึ้น 142% YoY ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ Meta, Microsoft, Amazon และ Apple พร้อมประเมินแผนการลงทุนด้าน AI ควบคู่ไปกับผลกำไร
- ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดในอิหร่าน – ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ Pickaxe Mountain ขณะที่มีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอีกครั้งนอกชายฝั่งซาอุดีอาระเบีย ด้าน Goldman Sachs เตือนว่า Brent อาจทะลุ 120 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 4 หากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ
- ECB เตรียมประกาศมติอัตราดอกเบี้ยเวลา 14:15 น. – ตลาดคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม โดยอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 2.40% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 2.25% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะจับตาถ้อยแถลงของประธาน ECB ในเวลา 14:45 น. เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
- UniCredit รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด – ธนาคารมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.9 พันล้านยูโร ขณะที่ CEO Andrea Orcel ระบุว่าความคืบหน้าของดีลเข้าซื้อ Commerzbank กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ "ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
📅 ปฏิทินเศรษฐกิจวันนี้

- ตลาดแรงงานออสเตรเลียแข็งแกร่งเกินคาด – การจ้างงานเพิ่มขึ้น 76,300 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เพียง 15,100 ตำแหน่ง สะท้อนภาพเชิง Hawkish ต่อแนวโน้มนโยบายของ RBA และอาจลดโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น
- ช่วงที่เหลือของวัน นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแคนาดา โดยเฉพาะ ยอดค้าปลีก และ ข้อมูลตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่คาดว่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางความผันผวนของตลาดมากที่สุดยังคงเป็น ผลการประชุม ECB และ พัฒนาการของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและดัชนีหุ้นทั่วโลก

ก่อนตลาดยุโรปเปิดทำการ นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Nestlé, UniCredit, TotalEnergies, Thermo Fisher, RTX และ Lockheed Martin ขณะที่ SAP และ Intel จะประกาศผลประกอบการ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ โดยตัวเลขและแนวโน้มธุรกิจของบริษัทเหล่านี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น
Oil rises over 3% 🛢️
Morning Wrap: ภัยคุกคามครั้งใหม่ของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 🚨 (23.07.2026)
ข่าวเด่นวันนี้ 23 ก.ค.
น้ำมันปรับตัวขึ้น 3% ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงปัญหาอุปทานหยุดชะงักในทะเลดำ