หัวข้อข่าวเกี่ยวกับการเลิกจ้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังวางแผน ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ได้กลายเป็นเหมือน “เรื่องเล่าประจำยุค” ที่ปรากฏอยู่แทบทุกสื่อที่ให้ความสนใจด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ
ความรู้สึกของสาธารณชนต่อภาวะตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และบัณฑิตจบใหม่ กำลังยิ่งมองไปในทิศทางที่มืดมนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้ได้รับการยืนยันเพียงบางส่วนจากข้อมูลพื้นฐานในปี 2025 เท่านั้น เมื่อพิจารณาในระดับรายอุตสาหกรรม จะเห็นว่าการจ้างงานในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่สำคัญต่อแรงงานสาย “white-collar” และคนรุ่นใหม่ มีการลดลงอย่างชัดเจน แต่ภาพรวมทั้งหมดกลับยังคงแสดงการเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ การเติบโตของการจ้างงานในปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในสองภาคส่วนหลักอย่างมาก ได้แก่ สาธารณสุขและการศึกษา อย่างไรก็ตาม คำถามที่ควรถูกตั้งให้ชัดเจนมากขึ้นในบริบทของตลาดแรงงาน ไม่ใช่ว่าตลาดกำลังแย่ลงหรือไม่ แต่คือแนวโน้มในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดย AI มากน้อยเพียงใด
หากรวบรวมประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ภาพรวมจะดูค่อนข้างมืดมนและเต็มไปด้วยความกังวลสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานหรือเปลี่ยนงาน โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี และสิ่งนั้นอาจเป็นความจริงในระดับหนึ่ง แต่ข้อมูลเชิงสถิติกลับแสดงภาพที่แตกต่างออกไป
งบการเงินหรือการประชุมรายงานผลประกอบการ (earnings calls) แทบไม่ค่อยให้ความสำคัญกับจำนวนพนักงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทในสหรัฐฯ มีข้อผูกพันทางกฎหมายที่จะต้องรายงานจำนวนพนักงานในเอกสาร 10-K และข้อมูลเหล่านี้กลับสะท้อนภาพที่แตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่ถูกประกาศต่อสาธารณะ
มีเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของบริษัทชั้นนำในตลาดที่ประกาศลดจำนวนพนักงานอย่างชัดเจนและมีผลต่อจำนวนพนักงานจริง โดยนอกเหนือจาก Intel แล้ว การลดลงส่วนใหญ่เป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า ที่สำคัญ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้กับแนวโน้มในงบการเงิน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน จะเห็นว่าต้นทุนในระยะสั้นเพิ่มขึ้นก่อนจะค่อย ๆ ลดลงในภายหลัง ซึ่งสะท้อนว่าการลดต้นทุนไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงานเสมอไป แต่เป็นลักษณะของการย้ายงานไปต่างประเทศ (offshoring)
ทำไมสิ่งนี้จึงเป็นความเสี่ยงต่อการประเมินมูลค่า?
ส่วนสำคัญของการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริษัท หนึ่งในตัวชี้วัดของประสิทธิภาพนี้คือจำนวนพนักงานที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งในหลายกรณีประสิทธิภาพก็เพิ่มขึ้นจริง แต่ปัญหาคือการเพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้เกิดจาก AI เป็นหลัก หากแต่เกิดจากการผสมผสานของการย้ายงานไปต่างประเทศ การจ้างเหมาช่วง (outsourcing) และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ้างงาน
Oracle เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงานถึง 30,000 คน แต่สิ่งที่ได้รับความสนใจน้อยกว่าคือบริษัทได้จ้างกลับประมาณ 8,000 คนอย่างรวดเร็ว ผ่านตัวกลางและในอัตราค่าจ้างที่ต่ำกว่าเดิม
คำถามสำคัญคือ ตลาดจะต้องปรับการประเมินมูลค่าเมื่อใด และในระดับใด หากสมมติฐานที่ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงานเกิดจาก AI ไม่เป็นความจริง บริษัทเหล่านี้ยังคงต้องการพนักงานอยู่ เพียงแต่รูปแบบการบริหารและนโยบายองค์กรเปลี่ยนไปเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเพียง “การปรับเส้นทาง” มากกว่าการปฏิวัติครั้งใหญ่
Kamil Szczepański
นักวิเคราะห์ตลาดการเงินจาก XTB
AllBirds: จากรองเท้าผ้าใบสู่ AI จะไปได้ไกลแค่ไหน?
ข่าวเด่นวันนี้ 13 เม.ย.
“SaaS-pocalypse” ยังไม่จบ
CoreWeave: การพลิกเกมครั้งสำคัญ หรือแค่เส้นชีวิตสุดท้าย?