- บรรยากาศการซื้อขายในช่วงเอเชีย–แปซิฟิกเปิดมาอย่างคึกคัก หลังดัชนีวอลล์สตรีทปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีหุ้นจีนปรับขึ้นราว 1.70%–2.50% ขณะที่ดัชนีญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.65%
- ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ All-time high ก่อนการตัดสินใจของเฟดในวันนี้ และก่อนการประกาศผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี โดย US100 ปิดเหนือ 26,300 จุด, US500 ที่ 7,040 จุด และ US2000 ที่ 2,685 จุด
- โลหะมีค่ายังคงปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ทองคำเพิ่มขึ้นอีก 1.60% สู่ระดับ 5,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินปรับขึ้น 2.20% สู่ 114.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวกลับมาเกือบทั้งหมดจากแรงขายเมื่อวันอังคารที่เกิดจากความเห็นของทรัมป์ ดัชนี USDIDX เพิ่มขึ้น 0.37%, EURUSD ลดลง 0.35% และ USDJPY ปรับขึ้น 0.22%
- ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นอีกสกุลที่ได้รับความสนใจในวันนี้ โดยโดดเด่นในกลุ่ม G10 หลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อ
- เงินเฟ้อออสเตรเลียเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด โดยทั้ง CPI ไตรมาส 4 และตัวเลขรายเดือนเดือนธันวาคมออกมาสูงกว่าคาด
- เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดย CPI ทั่วไปอยู่ที่ 3.8% YoY และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.4% YoY ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานแบบ annualised ระยะ 6 เดือนบ่งชี้ราว 3.9% ซึ่งไม่สอดคล้องกับการกลับสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว เงินเฟ้อภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็น 4.1% YoY (จาก 3.6%) โดยมีแรงหนุนหลักจากการท่องเที่ยว ที่พักอาศัย และค่าเช่า ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ RBA ให้ความสำคัญ
- ดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นกลับมายืนเหนือระดับ 0.70 ดอลลาร์สหรัฐ และตลาดเริ่มกำหนดราคาความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย RBA 25 bp ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 3 กุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 70% (จากราว 60% ก่อนหน้า)
- Westpac เข้าร่วมคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ย 25 bp ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นปัจจัยชี้ขาด ทั้งนี้ ธนาคารมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจเป็นเพียงครั้งเดียว และจะใช้ท่าทีแบบมีเงื่อนไขต่อการคุมเข้มเพิ่มเติม
- จีนอนุมัติการนำเข้าชิป AI รุ่น H200 ของ Nvidia เป็นครั้งแรก โดยมีรายงานว่าชิป “หลายแสนชิ้น” จะถูกส่งไปยังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ 3 แห่งในระยะแรก ถือเป็นสัญญาณบวกต่อ Nvidia และห่วงโซ่อุปทาน
- รายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เดือนธันวาคมยืนยันว่า ผู้กำหนดนโยบายยังคงจับตาผลกระทบของเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเงินเฟ้อ แม้ว่ามุมมองนี้อาจเปลี่ยนไปหลังการแทรกแซงค่าเงินเยนที่ประสบความสำเร็จเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดย BoJ ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bp ในช่วงปลายปี 2025 สู่ระดับ 0.75% (สูงสุดนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990) และรายงานการประชุมยังเปิดโอกาสสำหรับการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม โดยเน้นการพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก
- Goldman Sachs ระบุว่า ความต้องการรับความเสี่ยงของตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น โดยดัชนีวัด Risk Appetite อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021
- นักวิเคราะห์ยังมองว่า ทรัมป์อาจประกาศชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่ได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ แม้ว่าวาระของพาวเวลล์จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม แต่ทำเนียบขาวอาจต้องการชี้นำกระแสความคาดหวังของตลาดล่วงหน้า
AUDUSD: RBA จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่?
ปฏิทินเศรษฐกิจ: การตัดสินใจของเฟด – ตลาดปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็ว 🔎
📉 ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า 🚨 USD Index ร่วงเกือบ 1%
เฟดฮอว์กิชกลับมา? 🦅 เงินเฟ้อและการเมืองอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ คงอยู่ยาวกว่าเดิม 🔍