08:23 · 3 กรกฎาคม 2026

Wheat ราคาพุ่ง หลัง USDA ชี้พื้นที่เก็บเกี่ยวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1877 🔼

ข้าวสาลี (Wheat) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลัง USDA ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตสหรัฐฯ

ราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเซสชันที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ปรับลดแนวโน้มตลาด (downgrade outlook) จากสภาพความเสียหายของพืชข้าวสาลีฤดูหนาวในสหรัฐฯ ที่แย่ลง

คำถามสำคัญของนักลงทุนในตอนนี้คือ อุปทานที่อ่อนแอของสหรัฐฯ จะสามารถหนุนราคาข้าวสาลีได้อย่างยั่งยืนหรือไม่


USDA ลดคาดการณ์ผลผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ

USDA ประเมินว่าในปี 2026 เกษตรกรสหรัฐฯ จะเก็บเกี่ยวข้าวสาลีได้เพียง 32.1 ล้านเอเคอร์

ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 149 ปี และต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1877

หลังจากรายงานดังกล่าว สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลี (Wheat futures) ปรับตัวขึ้นมาอยู่บริเวณประมาณ 6.00 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน

ก่อนหน้านี้ USDA ยังรายงานว่า

  • สต็อกข้าวสาลีสหรัฐฯ อยู่ที่ 920 ล้านบุชเชล (1 มิ.ย.) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ต้นทุนการผลิตพุ่ง หนุนราคาข้าวสาลี

ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนที่ผ่านมา

  • ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 58%
  • ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 66%

แรงกดดันด้านต้นทุนนี้ทำให้เกษตรกรเผชิญความยากลำบาก และกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาข้าวสาลีในตลาด


ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญ

วันที่ 21 สิงหาคม เป็นอีกหนึ่งจุดจับตา เนื่องจากมาตรการระงับบางส่วนของคว่ำบาตรอิหร่านจะหมดอายุลง

หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อาจกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนพลังงานและการขนส่ง และอาจเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อราคาข้าวสาลี

แม้ราคาปุ๋ยจะปรับตัวลดลงบางส่วน แต่ต้นทุนการผลิตโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เกษตรกรยังไม่เห็นแนวโน้มกำไรที่ฟื้นตัวเร็ว

นักลงทุนยังจับตาการ settlement ของสัญญาข้าวสาลีเดือนกรกฎาคมในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งอาจสะท้อนระดับ risk premium ที่ยังคงอยู่ในตลาด


ภาพเทคนิค (WHEAT D1)

ในกราฟรายวัน สัญญาข้าวสาลี CBOT สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (EMA200) ได้สำเร็จ บริเวณ 580–585 เซนต์ต่อบุชเชล

แรงซื้อที่แข็งแกร่งในโซนดังกล่าวช่วยดันราคากลับขึ้นมาเหนือระดับ 600 เซนต์ต่อบุชเชล ขณะที่ราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดล่าสุดประมาณ 15% ที่ระดับราว 690 เซนต์

ในช่วง 3 วันทำการล่าสุด ปริมาณการซื้อขายฝั่ง buy-side เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้นหลังการรีบาวด์ครั้งนี้

ที่มา: xStation 5

Commitment of Traders (COT) – CBOT Wheat (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2026)

ประเด็นสำคัญ

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ยังคงมีมุมมองเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ โดยถือสถานะ Net Short ประมาณ 70,000 สัญญา แม้ว่าราคาข้าวสาลีจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ในทางกลับกัน ผู้เล่นในภาคการค้า (Commercials) ยังคงทยอยลดสถานะ Short Hedge ซึ่งสะท้อนว่าระดับราคาปัจจุบันเริ่มน่าสนใจสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์จริง

การกระจุกตัวของสถานะ Short ในระดับสูงเช่นนี้ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิด Short Squeeze หากรายงาน USDA ในอนาคตยืนยันว่าภาวะอุปทานในสหรัฐฯ แย่ลงต่อเนื่อง


Hedge Funds ยังไม่เชื่อการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ข้อมูลจากกลุ่ม Managed Money ซึ่งเป็นกองทุนเก็งกำไร แสดงให้เห็นว่า แม้ราคาข้าวสาลีจะฟื้นตัวหลัง USDA รายงานสต็อกที่ลดลงและพื้นที่เพาะปลูกที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่การปรับพอร์ตของกองทุนยังมีจำกัด

ปัจจุบันกองทุนถือ

  • Long contracts: 68,457 สัญญา
  • Short contracts: 138,890 สัญญา
  • Net short: ประมาณ 70,000 สัญญา

ในช่วงสัปดาห์ล่าสุด

  • สถานะ Long เพิ่มขึ้นเพียง 595 สัญญา
  • สถานะ Short เพิ่มขึ้น 2,060 สัญญา

สิ่งนี้สะท้อนว่า นักลงทุนเชิงเก็งกำไรยังมองว่าการปรับขึ้นรอบล่าสุดเป็นเพียง technical correction ในแนวโน้มขาลง มากกว่าจะเป็นการเริ่มต้นของตลาดขาขึ้นใหม่


พฤติกรรมฝั่ง Commercials สนับสนุนมากกว่า

ภาพของผู้เล่นฝั่ง Commercial เช่น ผู้ผลิตและผู้แปรรูปธัญพืช แตกต่างอย่างชัดเจน

แม้โดยปกติแล้ว Commercials จะมีสถานะ Short มากกว่า Long ซึ่งเป็นลักษณะปกติของการป้องกันความเสี่ยง แต่สิ่งสำคัญคือ “การเปลี่ยนแปลงของพอร์ต”

ในสัปดาห์ล่าสุด

  • Commercials ลดสถานะ Short ลง 2,649 สัญญา

พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นในตลาดจริงเริ่มมองว่าความเสี่ยงด้านขาลงของราคามีจำกัดมากขึ้น


Open Interest เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ Open Interest ที่เพิ่มขึ้นจาก 409,800 → 428,300 สัญญา

การเพิ่มขึ้นของ Open Interest ในช่วงที่ราคาฟื้นตัว มักสะท้อนว่า “เงินใหม่” กำลังไหลเข้าสู่ตลาด ไม่ใช่เพียงการปิดสถานะเดิมเท่านั้น

กล่าวคือ นักลงทุนกำลังเพิ่มกิจกรรมก่อนรายงาน USDA ที่จะออกมาเกี่ยวกับสภาพพืชผลและอุปทานข้าวสาลีสหรัฐฯ


ตลาดยังมีความเสี่ยงต่อ Short Squeeze

ความหมายสำคัญที่สุดของโครงสร้างสถานะปัจจุบันคือ ความเสี่ยงของการเกิด Short Squeeze

หากรายงาน USDA ในอนาคตยืนยันว่า

  • พื้นที่เก็บเกี่ยวต่ำเป็นประวัติการณ์
  • สต็อกลดลงต่อเนื่อง
  • หรือสภาพพืชผลแย่ลง

กองทุนเฮดจ์ฟันด์อาจถูกบังคับให้ปิดสถานะ Short จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจกระตุ้นการปรับตัวขึ้นแรงของราคาข้าวสาลี

ในอดีต รูปแบบลักษณะนี้มักนำไปสู่การ rally ที่รุนแรง แม้ปัจจัยพื้นฐานจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงก็ตาม

 

Source: CFTC, Commitment of Traders (COT)

Eryk SzmydFinancial Market Analyst, XTB

3 กรกฎาคม 2026, 14:33

Morning Wrap: ตลาดเอเชียปิดบวก ความเชื่อมั่นกำลังกลับคืนสู่ตลาดหรือไม่? (03.07.2026)

3 กรกฎาคม 2026, 09:40

📉 US100 ร่วงเกือบ 2% 🚩 หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ดิ่งหนัก ขณะที่ SanDisk ร่วงแรงถึง 13%

3 กรกฎาคม 2026, 09:36

📈 Bitcoin ขยับขึ้นเหนือระดับ $62K

3 กรกฎาคม 2026, 09:10

การเปลี่ยนแปลงสต็อกก๊าซธรรมชาติของ EIA เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก