🇺🇸 Warsh กล่าวต่อสภาคองเกรส: เดินหน้าสู้เงินเฟ้อ แต่ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย
วันนี้เวลา 16:00 น. CET Kevin Warsh จะกล่าวรายงานนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต่อสภาคองเกรส โดยข้อความสุนทรพจน์ได้ถูกเผยแพร่ล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การปรากฏตัวครั้งแรกของ Warsh ต่อสภาผู้แทนราษฎรได้รับความสนใจอย่างมาก นอกจากการกล่าวไว้อาลัยต่ออดีตประธาน Fed อย่าง Alan Greenspan แล้ว Warsh ยังแสดงจุดยืนในฐานะ "นักปฏิรูป" ที่ต้องการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างการดำเนินงานของ Fed ครั้งใหญ่
🔍 ประเด็นสำคัญจากสุนทรพจน์
- เงินเฟ้อคือภารกิจอันดับหนึ่ง
Warsh ระบุว่า หาก Fed ดำเนินนโยบายได้อย่างเหมาะสม ยุคของเงินเฟ้อสูงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปีจะกลายเป็นอดีต พร้อมย้ำว่าเงินเฟ้อในระยะยาวขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินเกือบทั้งหมด และ Fed มี "ความอดทนเป็นศูนย์" (Zero Tolerance) ต่อเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง - อัตราดอกเบี้ยยังคงเดิม
ในการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% - เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง แต่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน
การบริโภคภาคครัวเรือนเติบโตในระดับปานกลาง ภาคการผลิตยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจ - AI หนุนการลงทุนและผลิตภาพ
การลงทุนด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 8% YoY ส่วนการใช้จ่ายในภาคเทคโนโลยีพุ่งเกือบ 25% Warsh เชื่อว่าการนำ AI มาใช้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจ - ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ การเลิกจ้างมีจำกัด และค่าจ้างเฉลี่ยยังเติบโตได้ดี สอดคล้องกับจำนวนแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาด - Fed เตรียมปฏิรูปครั้งใหญ่
Warsh แต่งตั้งคณะทำงานพิเศษ 5 ชุด เพื่อทบทวนการดำเนินงานของ Fed ได้แก่- แนวทางการสื่อสารกับตลาด
- นโยบายงบดุลและระบบสำรองสภาพคล่อง
- การปรับปรุงคุณภาพข้อมูลเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์
- ผลกระทบของ AI ต่อผลิตภาพและการจ้างงาน
- การทบทวนแบบจำลองเงินเฟ้อของ Fed
- มองเงินเฟ้อดีขึ้น แต่ยังต้องระวัง
แม้ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดจะออกมาต่ำกว่าคาดและเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ Warsh เตือนว่าสงครามและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
📌 มุมมองต่อสุนทรพจน์
สุนทรพจน์ครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Fed ภายใต้การนำของ Warsh โดยเฉพาะการตั้งคณะทำงานทั้ง 5 ชุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทบทวนแนวคิดเดิม และหันมาใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำหนดนโยบาย
ในระยะสั้น อัตราดอกเบี้ยน่าจะยังคงอยู่ที่ระดับ 3.75% ต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อที่ชะลอลงทำให้ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งก็ยังไม่เปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้เร็ว
Warsh ยังมองว่าการปฏิวัติด้าน AI และการลงทุนในเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจ ทำให้สหรัฐฯ สามารถเติบโตได้โดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม แม้ AI อาจส่งผลต่ออุปสงค์ด้านพลังงานในระยะสั้นก็ตาม
สำหรับ ดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมยังถือว่าเป็นปัจจัยบวกในระดับหนึ่ง การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงและความคาดหวังของตลาดที่ยังมองว่ามีโอกาสใช้นโยบายเข้มงวดต่อ จะช่วยจำกัดแรงอ่อนค่าของดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากความเสี่ยงด้านพลังงานคลี่คลายลง ก็อาจเห็นแรงขายดอลลาร์กลับมาได้ในอนาคต
หลัง Warsh กล่าวสุนทรพจน์เสร็จ จะมีช่วงตอบคำถามจากสมาชิกสภาคองเกรส และในวันพรุ่งนี้ เขาจะกล่าวถ้อยแถลงฉบับเดียวกันต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ อีกครั้ง

น่าสังเกตว่า แม้ตลาดจะคาดการณ์มากขึ้นว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ยังคงเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว แม้ว่าจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม
ในทางกลับกัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2024 ซึ่งสะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อ ECB ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่วนต่างของผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Spread) บ่งชี้ว่า ในระยะสั้น EURUSD อาจมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ทิศทางของคู่เงินยังคงขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของ ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นสำคัญ
ที่มา: Bloomberg Finance LP, XTB
ข่าวเด่นวันนี้ 15 ก.ค.
Warsh ตอบคำถามต่อสภาคองเกรส: เสถียรภาพเงินเฟ้อคือกุญแจสำคัญของ Fed
ชาติอ่าวอาหรับเร่งหาทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ แข่งกับเวลา
ถึงเวลาทดสอบความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐฯ