EUR/USD อ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา หลังตลาดตอบรับถ้อยแถลงที่มีโทนค่อนข้าง Hawkish ของ Christopher Waller
ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนก็ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยลดลงสู่ระดับ 44.8 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 48.2
ในอีกด้าน ความคาดหวังเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้น:
- คาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปี เพิ่มขึ้นสู่ 4.8%
- คาดการณ์เงินเฟ้อ 5 ปี ขยับขึ้นแตะ 3.9%
ตัวเลขดังกล่าวอาจยิ่งสนับสนุนมุมมองว่า Fed ยังไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะรีบลดดอกเบี้ยในระยะสั้น
สรุปประเด็นสำคัญจากสุนทรพจน์ของ Christopher Waller
ตลาดอาจต้อง “ลืมเรื่องลดดอกเบี้ย” ไปก่อน
Waller ระบุชัดว่า “จากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด การพูดถึงการลดดอกเบี้ยในระยะสั้นถือว่าแทบเป็นไปไม่ได้”
แนวทางหลักของ Fed ตอนนี้คือ “คงดอกเบี้ยไว้”
Fed เริ่มกลับมา Hawkish มากขึ้น
Waller มองว่า Fed ควรเลิกส่งสัญญาณผ่อนคลาย (easing bias) และยอมรับว่าข้อมูลเงินเฟ้อกับตลาดแรงงานล่าสุด ทำให้มุมมองของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก
ขึ้นดอกเบี้ยยังไม่ใช่ Base Case…แต่ไม่ปิดประตู
แม้ยังไม่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยทันที แต่เขาระบุว่า “พร้อมสนับสนุน” หากเงินเฟ้อเริ่มหลุดจากการควบคุม โดยเฉพาะความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 2-4 ปี
ตลาดแรงงานไม่ใช่ตัวแปรหลักอีกต่อไป
Waller มองว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและอัตราว่างงานต่ำ ดังนั้น “เงินเฟ้อ” กลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดนโยบาย Fed ในตอนนี้
ความเสี่ยงหลักที่ Fed กังวล
• เงินเฟ้อเริ่มกระจายตัวในหลายภาคส่วนอีกครั้ง
• ราคาพลังงานสูงจากความขัดแย้งในอิหร่าน
• กระแสลงทุน AI ยังร้อนแรงและอาจกระตุ้นแรงกดดันด้านราคา
QT ยังไม่จบ
Waller เปิดทางให้ Fed ลดงบดุลเพิ่มอีก 300-500 พันล้านดอลลาร์ ผ่านมาตรการ QT
แต่ถึงลดเพิ่ม ก็ยังถือว่า “เล็กมาก” เมื่อเทียบกับงบดุล Fed ที่เคยพุ่งแตะ 9 ล้านล้านดอลลาร์ช่วงหลังโควิด และแม้ลดเพิ่มอีก 5 แสนล้าน งบดุลก็ยังไม่ต่ำกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์อยู่ดี
สรุปง่าย ๆ:
Fed อาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มตอนนี้
แต่ก็ยัง “ไม่พร้อมลด”
และมีแนวโน้มใช้:
• Bond Yield ที่สูง
• และ QT ต่อเนื่อง
เป็นเครื่องมือหลักในการคุมเศรษฐกิจและเงินเฟ้อแทน
การยอมรับ “ยุคงบดุลขนาดยักษ์” ของ Fed
ก่อนปี 2008 งบดุลของ Fed มีขนาดต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8-9 แสนล้านดอลลาร์)
หลังวิกฤติการเงินโลก:
• QE1 ดันงบดุลพุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์
• ปี 2012 (QE3) ขยับสู่ราว 3 ล้านล้านดอลลาร์
• ปี 2014 แตะจุดสูงสุดแถว 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
ช่วงปี 2018-2019 Fed พยายามทำ QT เพื่อลดงบดุล
แต่สุดท้ายตลาด Repo เกิดความปั่นป่วนอย่างหนักในเดือนกันยายน 2019 เพราะสภาพคล่องในระบบเริ่มตึงเกินไป จน Fed ต้องกลับเข้ามาอัดฉีดสภาพคล่องฉุกเฉินอีกครั้ง
หลังปี 2020 งบดุล Fed พุ่งแตะระดับประมาณ 9 ล้านล้านดอลลาร์
ที่ผ่านมา Christopher Waller เคยอยู่ในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์สายอนุรักษ์นิยม ที่มองว่างบดุลขนาดใหญ่เกินไปจะบิดเบือนตลาดการเงิน และทำให้รัฐบาลติดกับดักหนี้ราคาถูก
แต่คำพูดล่าสุดของเขาที่ว่า
“ไม่มีทางที่ Fed จะกลับไปมีงบดุลเล็กแบบปี 2008 ได้อีก”
รวมถึงการสนับสนุนระบบ “ample reserves” สะท้อนว่า Fed กำลังยอมรับความจริงใหม่ของระบบการเงินโลก
Waller เข้าใจดีว่าระบบธนาคารปัจจุบันพึ่งพาสภาพคล่องมหาศาล และหาก Fed ดึงสภาพคล่องออกมากเกินไป โดยเฉพาะถ้างบดุลลดต่ำกว่าระดับสำคัญราว 6 ล้านล้านดอลลาร์ อาจเสี่ยงทำให้ตลาดการเงินชะงัก เหมือนวิกฤติ Repo ปี 2019
ความเชื่อมโยงกับ Kevin Warsh
คำพูดของ Waller วันนี้ ยังถูกมองว่าอาจสะท้อนแนวคิดของ Kevin Warsh ด้วย
Warsh มีกำหนดเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธาน Fed ภายใต้ Donald Trump ในวันนี้ และเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คัดค้านงบดุลขนาดใหญ่ของ Fed มาตั้งแต่วิกฤติการเงินโลก
ทั้ง Waller และ Warsh ยังถูกมองว่าเป็นบุคคลในกลุ่มที่ Trump ให้ความไว้วางใจด้านนโยบายการเงิน ซึ่งอาจสะท้อนว่า Fed ยุคใหม่ จะเลือก:
• คงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
• ใช้ QT ต่อ
• แต่ยอมรับว่าระบบการเงินไม่สามารถกลับไปใช้งบดุล “ขนาดเล็ก” แบบอดีตได้อีกแล้ว
ราคาน้ำมันร่วง: ความหวังใหม่ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
รัสเซียกำลังแพ้ในสงครามแย่งชิงตลาดน้ำมัน
ข่าวเด่นวันนี้ 25 พ.ค.
🔴 ยุคใหม่ของ Fed เริ่มต้นขึ้น: Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งผู้นำ Fed - US30 ทะลุ 50,000 จุด