- บทวิเคราะห์เขียนโดยโค้ช Zing – XTB Director Analyst
- บทวิเคราะห์เขียนโดยโค้ช Zing – XTB Director Analyst
ข่าวไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนดีสบนเรือสำราญ MV Hondius ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นข่าวสาธารณสุขทั่วไปครับ แต่ถ้าอ่านลึกลงไป นี่คือข่าวที่ตลาดการเงินอาจต้องเริ่ม “เหลือบตามอง” เพราะมันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ตลาดไม่ค่อยชอบ ได้แก่ การกักตัวนานถึง 6 สัปดาห์ การติดตามผู้สัมผัส 42 วัน ผู้ป่วยยืนยันหลายราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว
ประเด็นสำคัญคือ WHO จัดให้ทุกคนบนเรือเป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แม้ขณะนี้หลายคนยังไม่แสดงอาการ และความเสี่ยงต่อสาธารณชนโดยรวมยังถูกประเมินว่าอยู่ในระดับต่ำ แต่คำว่า “เฝ้าระวัง 42 วัน” ทำให้ตลาดเริ่มนึกถึงภาพเดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงโรคระบาดครับ เพราะสิ่งที่ตลาดกลัวไม่ใช่แค่จำนวนผู้ป่วยตอนนี้ แต่คือ “ความไม่แน่นอนว่ามันจะลามไหม”
ภาพนี้เหมือนมีควันบาง ๆ ลอยขึ้นมาในห้อง เครื่องตรวจจับควันยังไม่ร้องดัง แต่ทุกคนเริ่มหันไปมองแล้วว่า มันเป็นแค่ควันจากครัว หรือเป็นสัญญาณไฟไหม้จริง
ในระยะสั้น ผลกระทบโดยตรงอาจยังจำกัด เพราะจำนวนผู้เกี่ยวข้องยังอยู่ในกรอบของเรือสำราญ และหน่วยงานสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ สเปน และ WHO เริ่มเข้ามาคุมเกมแล้ว แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ ถ้าเริ่มพบผู้สัมผัสเพิ่มในหลายประเทศ หรือมีผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปก่อนแล้วเริ่มแสดงอาการ ตลาดจะเริ่มตีความข่าวนี้แรงขึ้นทันที
ผลต่อหุ้น
- สำหรับตลาดหุ้น ข่าวนี้อาจยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดเปลี่ยนเทรนด์ทันทีครับ แต่เป็น “ตัวเพิ่มความระมัดระวัง” โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว เรือสำราญ สายการบิน โรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เพราะข่าวแบบนี้กระทบ sentiment ก่อนกระทบตัวเลขจริงเสมอ
- ตลาดหุ้นไม่ค่อยกลัวโรคระบาดตอนที่ควบคุมได้ แต่จะเริ่มกลัวเมื่อมีคำว่า “กักตัว”, “ติดตามผู้สัมผัส”, “ข้ามประเทศ” และ “เสียชีวิต” อยู่ในข่าวเดียวกันครับ เพราะคำเหล่านี้ทำให้นักลงทุนเริ่มคิดถึงความเสี่ยงของมาตรการควบคุม การยกเลิกทริป และต้นทุนของธุรกิจบริการที่อาจเพิ่มขึ้น
- กลุ่มที่ต้องระวังก่อนคือหุ้นสายการบินและเรือสำราญ เพราะเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมากที่สุด ต่อให้การระบาดยังเล็ก แต่ถ้าคนเริ่มกลัวการเดินทาง ธุรกิจเหล่านี้จะโดน sentiment กดก่อน ส่วนตลาดหุ้นภาพใหญ่จะถูกกระทบมากหรือน้อย ต้องดูว่าข่าวนี้ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบ หรือเริ่มกลายเป็นประเด็นสาธารณสุขระดับนานาชาติ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าข่าวนี้จบแค่ “เรือลำเดียว” ตลาดอาจสะดุ้งเล็กน้อยแล้วไปต่อ แต่ถ้ากลายเป็น “หลายประเทศต้องตามผู้สัมผัส” ตลาดอาจเริ่มเปิดโหมด risk-off มากขึ้นครับ
ผลต่อทองคำ
- ฝั่งทองคำต้องอ่านให้ละเอียดกว่าปกติครับ เพราะทองไม่ได้ขึ้นเพราะข่าวโรคระบาดทุกครั้ง แต่จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้นถ้าข่าวนี้ทำให้ตลาดเข้าสู่โหมดระวังความเสี่ยง
- ในมุมผม ทองบางครั้งควรถูกมองเป็น “สินทรัพย์ประกันความเสี่ยง” มากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยแบบตรงไปตรงมาโดยเฉพาะช่วงนี้ เพราะทองจะได้แรงหนุนชัดขึ้นเมื่อความไม่แน่นอนเริ่มกระทบความเชื่อมั่น กระทบหุ้น หรือทำให้นักลงทุนต้องการ hedge ความเสี่ยง
- ถ้าข่าวไวรัสฮันตายังถูกคุมอยู่ในวงจำกัด ทองอาจไม่ได้ตอบสนองแรง เพราะตลาดอาจมองว่าเป็นข่าวเฉพาะจุด แต่ถ้าข่าวเริ่มขยายไปสู่หลายประเทศ มีผู้สัมผัสเพิ่ม หรือมีการยกระดับมาตรการเดินทาง ทองอาจเริ่มได้แรงซื้อจากฝั่งป้องกันความเสี่ยงทันที
- แต่ต้องไม่ลืมอีกแรงหนึ่งครับ ถ้าข่าวนี้ทำให้นักลงทุนวิ่งเข้าหา USD จนดอลลาร์แข็ง ทองอาจถูกกดดันได้เหมือนกัน เพราะทองซื้อขายด้วยดอลลาร์ ดังนั้นภาพของทองจะขึ้นอยู่กับว่าแรงไหนชนะระหว่าง “แรง hedge จากความกลัว” กับ “แรงกดจาก USD”
มุมมองเชิงตลาด
- ข่าวนี้ยังไม่ใช่ระดับ panic แต่เป็นข่าวที่ตลาดควรเก็บไว้ใน radar ครับ เพราะโลกเพิ่งผ่านบทเรียนใหญ่มาแล้วว่า ข่าวสุขภาพเล็ก ๆ ถ้าคุมได้ก็จบเร็ว แต่ถ้าคุมไม่ได้ มันสามารถไหลจากข่าวสาธารณสุขไปสู่ข่าวเศรษฐกิจ และสุดท้ายกลายเป็นข่าวตลาดการเงินได้
- สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มไหม มีผู้สัมผัสในประเทศอื่นเพิ่มหรือเปล่า WHO หรือยุโรปยกระดับคำเตือนหรือไม่ และมีผลต่อการเดินทาง การท่องเที่ยว หรือธุรกิจเรือสำราญมากแค่ไหน
- ถ้าทุกอย่างถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือ ตลาดหุ้นอาจมองผ่านได้ แต่ถ้าเริ่มมีสัญญาณลามออกนอกวงเดิม หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและเดินทางอาจถูกขายก่อน ส่วนทองคำอาจเริ่มได้แรงซื้อจากความไม่แน่นอน
ภาพรวม
- ข่าวไวรัสฮันตาบนเรือ MV Hondius ตอนนี้ยังไม่ใช่ไฟไหม้ใหญ่ แต่เหมือนสัญญาณเตือนควันในตลาดครับ ยังไม่ถึงขั้นต้องตื่นตระหนก แต่ไม่ควรมองข้าม
- สำหรับหุ้น ต้องระวังกลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน เรือสำราญ และโรงแรมเป็นพิเศษ
- สำหรับทองคำ ต้องดูว่าข่าวนี้จะสร้าง risk-off จริงหรือไม่ และต้องอ่านร่วมกับ USD กับ Bond Yield เสมอ
- ตลาดช่วงนี้มีทั้งสงคราม พลังงาน เงินเฟ้อ Fed และตอนนี้มีความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งตัวแปร
- ดังนั้นเกมนี้ไม่ใช่การรีบกลัว แต่คือการดูว่า “ความกลัวเริ่มถูก price-in ในตลาดหรือยัง” ครับ
อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 🚨 ดัชนีหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงกดดัน
🔴LIVE : สงครามดันทองจริงไหม?
🔴LIVE เงินเฟ้อ vs ทองคำ บทเรียนจากปี 2022
🔴LIVE: อัตราดอกเบี้ย Kill ทองคำได้อย่างไร?