- น้ำมัน Brent crude ฟื้นตัว +1.2% แตะราว $97/บาร์เรล หลังอิหร่านไม่เชื่อมั่นท่าทีสหรัฐฯ และการโจมตีของอิสราเอลยังคงดำเนินต่อ ด้านฟิวเจอร์สดัชนีสหรัฐฯ เคลื่อนไหวทรงตัว
- รัฐสภาอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ความไม่ไว้วางใจระหว่างกันรุนแรงขึ้น โดยเตหะรานชี้ไปที่การโจมตีทางอากาศและโดรนของอิสราเอล โดยเฉพาะในเลบานอน ซึ่งประกาศว่าจะใช้ทุกวิถีทางหยุดการโจมตี ขณะที่วอชิงตันปฏิเสธข้อกล่าวหา โดย JD Vance ระบุว่า “ประเด็นเลบานอนไม่ได้อยู่ในข้อตกลง”
- Donald Trump เผยว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังคงประจำการเต็มกำลังในภูมิภาค จนกว่าจะมีข้อตกลงที่แท้จริงและการเปิดเส้นทาง Strait of Hormuz พร้อมส่งสัญญาณกดดันอิหร่านหากถอนตัวจากการเจรจา
ตลาดเอเชีย: ความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน
หลังจากความหวังช่วงแรก ตลาดเริ่มชะลอเนื่องจากความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงจะไม่ยั่งยืน
- เกาหลีใต้ (KOSPI -1.8%)
- ญี่ปุ่น (-0.7%)
- จีน (HSCEI -0.3%)
- อินเดีย (Nifty 50 -0.6%)
ปัจจัยกดดันหลักยังคงเป็น:
• ช่องแคบ Hormuz ยังไม่เปิด
• ราคาน้ำมันดีดกลับ
• ข้อพิพาทเรื่องเลบานอนในข้อตกลง
ค่าเงิน:
ผู้ว่าการ Reserve Bank of New Zealand Anna Breman ส่งสัญญาณ hawkish ชี้ว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยที่ลดก่อนหน้านี้ยังช่วยเศรษฐกิจอยู่
→ หนุนค่าเงิน NZD แข็งค่า (ผันผวนสุดในกลุ่ม G10)
สกุลเงินอื่นค่อนข้างนิ่ง:
- Dollar Index ทรงตัว
- EURUSD อยู่ที่ 1.166
- เยนอ่อนค่าหลังตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่าคาด
สินทรัพย์ปลอดภัย & คริปโต:
- ทองคำทรงตัวที่ $4,720 (ลังเลจากปัจจัยตะวันออกกลาง + Fed)
- เงินอยู่ที่ $73
- Bitcoin -0.7% → $71,180
- Ethereum -1.2% → $2,191
BREAKING: รายงานการประชุม “hawkish” ที่ล้าสมัย ไม่สามารถหนุนค่าเงินดอลลาร์ได้
➡️ EURUSD ปรับตัวลงต่ำกว่า 1.17 ก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Minutes
ความขัดแย้งอิหร่านกำลังทวีความรุนแรงขึ้น - ผลกระทบจะเป็นอย่างไร?
3 ตลาดที่น่าจับตาในสัปดาห์