ประเด็นสำคัญจากรายงานการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน ("Minutes")
การตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย:
เจ้าหน้าที่ Fed ทุกคนเห็นชอบกับการตัดสินใจในเดือนมิถุนายนที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม
ความเสี่ยงในการกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง:
สมาชิกคณะกรรมการเกือบทั้งหมดระบุว่า หากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงยังคงดำเนินต่อไป การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพิ่มเติม (policy firming) อาจมีความจำเป็น
ปัจจัยใหม่ที่อาจผลักดันเงินเฟ้อ:
สมาชิกส่วนใหญ่ชี้ว่า เงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูงจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมาตรการภาษีศุลกากร ด้วยเหตุนี้ Fed จึงปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปี 2026 และ 2027 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม
ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อ:
ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่มองว่า มีความเสี่ยงสูงที่เงินเฟ้อในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภค และทำให้ความคาดหวังดังกล่าวหลุดออกจากกรอบเป้าหมาย ("unanchoring")
การเปลี่ยนจุดยืน (ยกเลิก "easing bias"):
สมาชิกส่วนใหญ่สนับสนุนการนำข้อความจากแถลงการณ์ครั้งก่อนที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน (การลดดอกเบี้ย) ออกไป
การสื่อสารรูปแบบใหม่:
สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าการทำให้แถลงการณ์ของ FOMC สั้นลงจะเป็นประโยชน์ โดยเห็นควรให้ข้อความสะท้อนพันธกิจคู่ (dual mandate) โดยตรง โดยเน้นเป็นพิเศษที่การฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคา
สถานการณ์เศรษฐกิจ:
ทีมงาน Fed ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP เล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายประเมินว่าตลาดแรงงานจะยังคงมีเสถียรภาพในระยะใกล้
รายงาน FOMC มีน้ำเสียง Hawkish จริงหรือไม่?
- คำตอบคือ ใช่ น้ำเสียงของรายงานการประชุมและการหารือในเดือนมิถุนายนถือว่ามีท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงินอย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการประกาศโดยตรงว่า Fed จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในทันที ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ช่วยให้ตลาดคลายความกังวลลงเล็กน้อย
- นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่าการประชุม Fed ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีมุมมองสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอยู่แล้ว และ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายจุดยืนลงเล็กน้อยในการประชุมเศรษฐกิจที่เมืองซินตราเมื่อไม่นานมานี้
- อย่างไรก็ตาม การนำข้อความที่บ่งชี้ถึงการลดดอกเบี้ยในอนาคต ("easing bias") ออก และความต้องการปรับแถลงการณ์ให้มุ่งเน้นไปที่ "เสถียรภาพด้านราคา" ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Fed กำลังยุติการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย และกำลังเพิ่มความเข้มงวดของจุดยืน
- แม้ว่าก่อนหน้านี้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Fed อาจกลับมาให้ความสำคัญกับการลดดอกเบี้ย หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่รายงาน Minutes ล่าสุดไม่ได้สนับสนุนมุมมองดังกล่าว
Fed มองเงินเฟ้ออย่างไร?
- สมาชิก FOMC มองว่าเงินเฟ้อในปัจจุบันมีความเหนียวแน่นอย่างมาก และได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยใหม่ที่ Fed ไม่เคยเผชิญมาก่อน
- สิ่งที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือ การที่ Fed ระบุอย่างเปิดเผยว่า การพัฒนา AI เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจผลักดันเงินเฟ้อ แม้ว่าสำหรับตลาดแรงงาน ปัจจัยนี้อาจถูกมองในมุมที่แตกต่างออกไป
- ความต้องการชิป ศูนย์ข้อมูล และพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามภาษี กำลังสร้างแรงกดดันด้านราคาใหม่
- Fed ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อในปีถัด ๆ ไป สะท้อนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังเตรียมรับมือกับการต่อสู้กับเงินเฟ้อที่อาจยาวนานและซับซ้อน พร้อมกังวลว่าประชาชนอาจเริ่มยอมรับระดับราคาที่สูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ ("unanchoring of inflation expectations")
Fed กังวลว่าจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหรือไม่?
- คำตอบคือ กังวลอย่างแน่นอน และนี่ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับตลาด
- แม้ว่าในขณะนี้ EURUSD กำลังฟื้นตัวขึ้น แต่รายงาน Minutes ยืนยันว่าท่าที Hawkish ไม่ได้มาจาก Kevin Warsh เพียงคนเดียว
- การเปิดเผยว่า "สมาชิกเกือบทั้งหมด" พร้อมสนับสนุนการใช้นโยบายเข้มงวดขึ้น หากเงินเฟ้อไม่ลดลง เปลี่ยนมุมมองของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
- รายงาน Minutes แสดงให้เห็นว่า Fed ไม่เพียงแต่ยุติจุดยืนแบบ Dovish แล้ว แต่ยังเปิดโอกาสให้ตลาดกลับมาประเมินความเป็นไปได้ของ การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งอาจไม่ได้เกินจริงอย่างที่ตลาดเคยมอง
- การเติบโตของ GDP ที่ชะลอลง แต่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ Fed มีพื้นที่ในการให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ โดยไม่จำเป็นต้องรีบลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
- อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่า Fed ยังไม่ได้ประกาศว่าจะขึ้นดอกเบี้ย และจากการลดการส่งสัญญาณล่วงหน้า (forward guidance) ตลาดอาจต้องคาดการณ์ทิศทางนโยบายจากข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต
EURUSD ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1.1430 หลังการเผยแพร่รายงานการประชุม FOMC

EURUSD ทดสอบระดับสูงสุดของวัน แม้รายงานจะมีน้ำเสียง Hawkish อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรจับตามองคือ Fed ยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เพียงแต่ระบุว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ หากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ขณะนี้ทิศทางตลาดจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญอย่าง Donald Trump และการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน
ที่มา: xStation5
ทรัมป์ที่อังการาไม่ได้ส่งสัญญาณการยกระดับความขัดแย้งเต็มรูปแบบ น้ำมันจำกัดการปรับขึ้น ขณะที่ Nasdaq ฟื้นตัวลดแรงกดดันจากการขาย
US500 ร่วง 1%
อิหร่าน: ความขัดแย้งที่ไม่มีวันจบ แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะปรับตัวลงตลอดไป
🛢️ น้ำมันจะกลับไปแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือไม่? หลังทรัมป์ส่งสัญญาณยุติข้อตกลงหยุดยิง