คู่เงิน EUR/USD ล่าสุดเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบ โดยสลับระหว่างการปรับตัวขึ้นและลงตลอดช่วงที่ผ่านมา และเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลง หลังจากมีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ภูมิรัฐศาสตร์
เมื่อวานนี้ สำนักข่าว Tasnim รายงานว่า การแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ถูกระงับลง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลในเลบานอน
โอกาสในการบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็วระหว่างสองฝ่ายลดลง ส่งผลลบต่อบรรยากาศตลาด
หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีคำสั่งให้อิสราเอลหยุดการโจมตีกรุงเบรุต พร้อมระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้า “อย่างรวดเร็วมาก” ทำให้บรรยากาศตลาดเริ่มทรงตัว และช่วยให้ EUR/USD ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม ข่าวสารจากเตหะรานและวอชิงตันยังคงมีความไม่สอดคล้องกันสูง ซึ่งทำให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง
ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
เมื่อวานนี้มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซน โดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ออกมาสูงกว่าคาดที่ระดับ 2.5% ซึ่งแทบจะยืนยันความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในเดือนมิถุนายน
ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 96%
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดต่อข้อมูลดังกล่าวค่อนข้างจำกัด
ในวันนี้ ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลข JOLTS เดือนเมษายน ซึ่งจะเป็นตัวชี้นำก่อนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ในวันศุกร์
หากข้อมูลออกมาตามคาดและสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง อาจเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
รูปที่ 1: EUR/USD (17.12.2025 - 02.06.2026)

ที่มา: xStation, 02.06.2026
คู่เงิน EUR/USD กำลังอยู่ในช่วงการเคลื่อนไหวแบบ “สะสมกำลัง” (Consolidation) อย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากการที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) หลัก ได้แก่ EMA 50, EMA 100 และ EMA 150 เริ่มแบนราบและเคลื่อนไหวตัดกันไปมา
ลักษณะดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าตลาดได้สูญเสียโมเมนตัมเชิงทิศทางที่แข็งแกร่ง และกำลังเข้าสู่แนวโน้มแบบ Sideways อย่างเต็มรูปแบบ
ในภาพทางเทคนิคที่กว้างขึ้น เหตุการณ์สำคัญคือการที่ราคาทดสอบและสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้สำเร็จ ซึ่งก็คือระดับ Fibonacci retracement 61.8%
ความไม่ชัดเจนของนักลงทุนยังสะท้อนผ่านอินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator เช่นกัน โดย RSI เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 46.8 ซึ่งอยู่ในโซนกลาง (Neutral zone) และต่ำกว่าระดับ 50 เล็กน้อย
สิ่งนี้สะท้อนถึงภาวะสมดุลของแรงซื้อและแรงขาย โดยฝั่งขายมีอำนาจเหนือกว่าเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะกดดันให้เกิดการปรับตัวลงลึกเพิ่มเติม
Michał Jóźwiak
นักวิเคราะห์ตลาดการเงิน, XTB
ยุโรปกำลังไล่ตามทัน 🔼 ข้อมูล CPI ยูโรโซนจะเป็นตัวกำหนดการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB หรือไม่?
ปฏิทินเศรษฐกิจ: ตัวเลขสำคัญตามกำหนดการวันนี้ (02.06.2026)
สรุปข่าวเช้า: ตลาดรับสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญคืนนี้ (02.06.2026)
Anthropic vs OpenAI: ศึก AI สู่มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์