- BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนกันยายน แต่สำหรับเงินเยน สิ่งที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำต่อจากนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่า โดยแหล่งข่าวของ Reuters ระบุว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยอาจเร่งตัวเร็วกว่าที่คาด
- ตลาดเริ่มตอบรับความคาดหวังดังกล่าวแล้ว โดยนักลงทุนให้น้ำหนักราว 80% ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- เงินเยนยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ แม้ก่อนหน้านี้ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดแล้ว โดยการประชุม BOJ ในเดือนกันยายนอาจเป็น บททดสอบสำคัญต่อทิศทาง USD/JPY ในระยะถัดไป
- BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนกันยายน แต่สำหรับเงินเยน สิ่งที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำต่อจากนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่า โดยแหล่งข่าวของ Reuters ระบุว่า วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยอาจเร่งตัวเร็วกว่าที่คาด
- ตลาดเริ่มตอบรับความคาดหวังดังกล่าวแล้ว โดยนักลงทุนให้น้ำหนักราว 80% ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 5 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- เงินเยนยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ แม้ก่อนหน้านี้ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดแล้ว โดยการประชุม BOJ ในเดือนกันยายนอาจเป็น บททดสอบสำคัญต่อทิศทาง USD/JPY ในระยะถัดไป
วันนี้ USDJPY ปรับตัวลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินเยนได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากรายงานของ Reuters โดยแหล่งข่าว 3 รายที่ใกล้ชิดกับแนวคิดของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในการประชุมเดือนกันยายน 2026
นอกจากนี้ BOJ ยังถูกคาดว่าอาจพิจารณา เร่งจังหวะการคุมเข้มนโยบายการเงิน จากปัจจุบันที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้งต่อปี โดยแหล่งข่าวระบุถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17–18 กันยายน อย่างไรก็ตาม BOJ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว
สำหรับเงินเยน ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แต่รวมถึง ระยะห่างระหว่างการขึ้นดอกเบี้ยแต่ละครั้งที่อาจสั้นลง ด้วย
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ ปัจจุบันอยู่ที่ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี หลัง BOJ คงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม
- ตลาดให้น้ำหนักราว 80% ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ขณะที่ Bond Yield ญี่ปุ่นอายุ 5 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- เงินเยนยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ แม้ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะร่วมกันแทรกแซงตลาด FX ในเดือนกรกฎาคม
ทำไม BOJ อาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย?
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินเร็วขึ้นคือ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเงินเฟ้อภาคค้าส่งในเดือนกรกฎาคมยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่การสำรวจคาดการณ์เงินเฟ้อของภาคครัวเรือน ธุรกิจ และนักเศรษฐศาสตร์ ต่างอยู่ใกล้หรือสูงกว่าเป้าหมาย 2%
ค่าเงินเยนเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะเงินเยนที่อ่อนค่าทำให้ต้นทุนพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้านำเข้าสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วทั้งเศรษฐกิจ
ในเดือนกรกฎาคม เงินเยนร่วงแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบประมาณ 40 ปี และแม้จะฟื้นตัวหลังจากนั้น แต่ยังไม่สามารถกลับตัวได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยิ่งทำให้ผลกระทบจากเงินเยนที่อ่อนค่ามีความสำคัญต่อ BOJ มากขึ้น
ท่าทีของ BOJ เองก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยสรุปความคิดเห็นจากการประชุมเดือนกรกฎาคมระบุว่า กรรมการบางรายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้นโยบายการเงินปรับตัวช้ากว่าเงินเฟ้อ ขณะที่ผู้ว่าการ Kazuo Ueda ระบุว่า BOJ สามารถเร่งการคุมเข้มนโยบายได้ หากภาวะการเงินยังผ่อนคลายมากเกินไป
หาก BOJ เร่งขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลอย่างไรต่อเงินเยน?
สำหรับเงินเยน ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในเดือนกันยายน แต่คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ในระยะต่อไป
ญี่ปุ่นคงต้นทุนการกู้ยืมไว้ในระดับต่ำมากเป็นเวลาหลายปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงกว่ามาก ทำให้การกู้ยืมเงินเยนเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
หาก BOJ เปลี่ยนจากการขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 2 ครั้งต่อปีเป็นการ คุมเข้มที่ถี่ขึ้น ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างสินทรัพย์ญี่ปุ่นกับต่างประเทศอาจแคบลงเร็วขึ้น
ตลาดพันธบัตรเริ่มสะท้อนความคาดหวังดังกล่าวแล้ว หลังรายงานของ Reuters อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบาย BOJ เพิ่มขึ้น ขณะที่ Bond Yield อายุ 5 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ไม่ได้หมายความว่าเงินเยนจะต้องแข็งค่าต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก USDJPY ยังได้รับอิทธิพลจาก Bond Yield สหรัฐฯ นโยบายของ Fed ราคาพลังงาน และความต้องการถือดอลลาร์ในตลาดโลก
Bond Yield สหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงสร้างความได้เปรียบให้กับดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลลบต่อญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่การแทรกแซงตลาด FX ร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มของ USDJPY ได้อย่างถาวร การแทรกแซงอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวระยะสั้น แต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะแรงขับเคลื่อนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและปัจจัยมหภาคอื่น ๆ
ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับทิศทางเงินเยนในระยะยาวอาจเป็นว่า หาก BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน การขึ้นครั้งนี้จะเป็นเพียงครั้งเดียว หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการคุมเข้มที่เร็วขึ้น?
USDJPY Chart (D1, H1)
USDJPY ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนหลังจากร่วงลงจากการแทรกแซงตลาด ซึ่งไม่ใช่กลไกที่สามารถกำหนดทิศทางของตลาดเสรีได้อย่างถาวร
ปัจจุบัน USDJPY ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้น โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับ 155 และเส้นค่าเฉลี่ย EMA200 (เส้นสีแดง) บริเวณ 159 แนวโน้มขาขึ้นยังคงเป็นภาพหลัก
อย่างไรก็ตาม หากราคากลับลงมาทดสอบบริเวณ 156 อีกครั้ง อาจเพิ่มโอกาสที่แนวโน้มจะเริ่มเปลี่ยนเป็นขาลง โดยเฉพาะหาก BOJ ส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินอย่างมีนัยสำคัญในการประชุมเดือนกันยายน

ที่มา: xStation5
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง (H1) USDJPY ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น โดยหากราคาหลุดต่ำกว่าแนวรับด้านล่างของกรอบ อาจเกิดการปรับฐานในสัดส่วน 1:1 และมีโอกาสกดดันคู่เงินลงไปทดสอบบริเวณ 150ได้

ที่มา: xStation5
กราฟ สถานะการเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์สเงินเยน แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนหลังการแทรกแซงตลาดครั้งล่าสุด โดยข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนสถานะ ณ วันอังคารก่อนหน้า พบว่า สถานะสุทธิเปลี่ยนจาก Net Short มาเป็น Net Long
ในอดีต การเปลี่ยนแปลงของสถานะในระดับดังกล่าวมักช่วย เพิ่มแรงหนุนให้กับเงินเยน ได้
คำถามสำคัญคือ ข้อมูลสถานะล่าสุด ซึ่งครอบคลุมถึงวันอังคารนี้และมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด?

Source: XTB Research
ปฏิทินเศรษฐกิจ 🗽 จับตา Retail Sales และ UoM สหรัฐฯ
BREAKING: เปิดตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ อีกระลอก เผยอะไรบ้าง?
กาแฟร่วง 5% บน ICE 📉 แรงขายทำกำไรถล่มตลาด แม้สต็อก Arabica ยังอยู่ในระดับต่ำ
🚩 สัญญาซื้อน้ำส้มสายพันธุ์เข้มข้น (Orange Juice Futures) ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี — รายงาน CoT บอกอะไรเรา?