ทองคำกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ จับตาทิศทางถัดไปของโลหะมีค่า
ทองคำสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และกำลังพยายามรักษาระดับดังกล่าว แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นและความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
ความแข็งแกร่งของทองคำอาจสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับผลกระทบระยะยาวจากภาวะช็อกจากราคาพลังงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ มากกว่าการตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำคือข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยทั้ง CPI และ PPI ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
นักลงทุนเริ่มมีความลังเลมากขึ้นที่จะขายทองคำเพียงเพราะความคาดหวังเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น หากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจเริ่มมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ คุณสมบัติของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจกลับมาเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาอีกครั้ง
การทะลุกรอบ 4,200–4,300 ดอลลาร์ อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณว่ากระแสเงินลงทุนกำลังไหลกลับเข้าสู่ตลาดโลหะมีค่าอย่างยั่งยืน
ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์ อาจสะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกลับมาเป็น:
- ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น
- ความกังวลด้านเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง
ปัจจัยพื้นฐานที่อาจส่งผลต่อทองคำ
สถานการณ์ที่เป็นบวกที่สุดสำหรับทองคำคือ:
- ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลายลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง
- Fed มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากตลาดน้ำมันอาจยังเผชิญภาวะตึงตัวเชิงโครงสร้างเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับสูง และสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งสองปัจจัยอาจยังเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
GOLD (กรอบเวลา D1)
ในเชิงเทคนิค ภาพรวมยังคงสะท้อนแนวโน้มขาลง โดยราคาทองคำยังอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA 200 วัน (เส้นสีแดง) ประมาณ 8%
แนวต้านสำคัญ:
- ระดับ Fibonacci Retracement 23.6% ของการปรับฐานช่วงฤดูหนาว
- อยู่บริเวณ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับสำคัญ:
- ระดับ 3,900 ดอลลาร์ ซึ่งยังเป็นโซนที่ต้องจับตา
โดยรวม ทองคำกำลังอยู่ในช่วงทดสอบสมดุลระหว่างแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ กับแรงกดดันจากดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ

Source: xStation5
🔴ก๊าซยุโรปร่วง 7.5%
Economic Calendar: สัปดาห์นี้ตลาดจับตาอะไร? ❓
Morning Wrap: น้ำมันร่วงแรงต่อเนื่อง หลังสุดสัปดาห์ 💥
เมื่อไรราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะส่งผลมาถึงเรา?